
ครบ 1 ปีแล้วกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว วันที่ 28 มี.ค. 68 ที่นับรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งของไทย สร้างความเสียหายต่ออาคารหลายแห่ง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมเร่งพัฒนาและปรับปรุงระบบเตือนภัย เพื่อรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
Tech Movement จะพามาส่องว่าใน 1 ปี มีระบบเตือนภัยเชิงรุกอะไรเกิดขึ้นบ้าง
เมื่อพูดถึงระบบแจ้งเตือนภัยและเหตุฉุกเฉิน ต้องนึกถึง Cell Broadcast Services (CBS) ระบบที่แจ้งเตือนมือถือทุกเครื่องในพื้นที่เสี่ยงพร้อมกันทันที โดยไม่ต้องติดตั้งแอปฯ ช่วยให้ประชาชนรับรู้สถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง ครอบคลุมทุกจังหวัด และปัจจุบันถูกใช้งานจริงแล้ว ทั้งในกรณีน้ำท่วมและฝุ่น PM 2.5
และไม่นานมานี้สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT ก็ได้พัฒนาเครื่องตรวจวัดสัญญาณแผ่นดินไหว ที่ตรวจจับคลื่นเริ่มต้นของแผ่นดินไหว (P-Wave) ช่วยแจ้งเตือนล่วงหน้าหลายนาที ก่อนแรงสั่นหลักมาถึงเมืองใหญ่ ทำให้อพยพหรือป้องกันความเสียหายได้ทันท่วงที โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมนำไปติดตั้งกว่า 200 จุด ทั่วประเทศ
ส่วนในกรุงเทพฯ ก็มีการพัฒนาศูนย์บริหารจัดการข้อมูลและความปลอดภัยของเมือง BMA Command Center เพื่อรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น CCTV , ปริมาณน้ำฝน, สภาพอากาศ และแรงสั่นสะเทือน มาวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ ช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
จากบทเรียนใน 1 ปีที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้ชี้ว่าไทยกำลังยกระดับการรับมือภัยพิบัติทั้งภาพรวม ตั้งแต่การแจ้งเตือนฉุกเฉินถึงมือถือ การตรวจจับแรงสั่นสะเทือนล่วงหน้า ไปจนถึงศูนย์ข้อมูลที่ช่วยให้สั่งการได้ทันทีในสถานการณ์วิกฤต เป็นสัญญาณของการขยับจากการตั้งรับ ไปสู่การเตรียมพร้อมมากขึ้น เพื่อให้คนไทยรับมือภัยพิบัติได้อย่างมั่นใจ


