
ญี่ปุ่นกำลังแรงงานขาดแคลนอย่างรุนแรง เป็นผลมาจากอัตราการเกิดที่ต่ำลงมาก แถมประชากรสูงอายุก็มีมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด ส่งผลต่อเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยตรง ทำให้หลายอุตสาหกรรมเริ่มขาดคนทำงาน และวิธีแก้แบบเดิม เช่น เพิ่มการจ้างหรือปรับเวลาทำงาน ไม่สามารถช่วยได้ เพราะคนในวัยทำงานกำลังลดลงเรื่อยๆ
ขณะที่โลกกังวลเรื่อง AI แย่งงาน แต่ญี่ปุ่น กำลังปั้นเป็นแรงงาน และโอกาสใหม่
ญี่ปุ่นใช้ปัญหานี้ ผลักดัน Physical AI หรือการรวม AI เซนเซอร์ และระบบควบคุมเข้ากับหุ่นยนต์หรือเครื่องจักร ทำให้มันตัดสินใจ และทำงานได้เองได้ เพื่อทดแทนแรงงานมนุษย์ที่หายไป
ซึ่งส่วนใหญ่ จะถูกนำไปใช้ใน โรงงาน คลังสินค้า งานซ่อมบำรุง และงานที่คนไม่อยากทำ เช่น งานประกอบซ้ำๆ หรือดูแลผู้สูงอายุ มากกว่าจะมาแย่งงานคน เพราะแม้ในภาคอุตสาหกรรมจะมีตำแหน่งว่างถึง 600,000 ตำแหน่ง แต่กลับไม่มีใครสมัคร
โดยตั้งเป้าว่าจะสร้างอุตสาหกรรม Physical AI ภายในประเทศ และช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดโลกให้ได้ 30 % ภายในปี 2040
แต่ Physical AI ไม่ได้วัดกันแค่หุ่นยนต์
แม้ญี่ปุ่นจะเชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์และฮาร์ดแวร์ แต่การเอาระบบ AI ที่ฉลาดและซับซ้อน มาผสานกับหุ่นยนต์ให้ทำงานได้จริง ยังเป็นเรื่องท้าทาย เพราะการฝึกและนำ AI มาทำงานในอุตสาหกรรมเหล่านี้ ล้วนต้องการคนมีทักษะสูงด้าน AI ซึ่งญี่ปุ่นก็กำลังขาดแคลนคนที่มีทักษะนี้
นอกจากนี้ หากเทคโนโลยีเหล่านี้หยุดทำงาน หรือการตัดสินใจของหุ่นยนต์ผิดพลาด ระบบเศรษฐกิจและความปลอดภัยก็อาจกลายเป็นปัญหาได้
สะท้อนให้เห็นว่าญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยน วิกฤตแรงงาน ให้เป็นโอกาสทางเทคโนโลยี โดยสร้าง ตลาด Physical AI ภายในประเทศ และมีโอกาสแข่งขันในระดับโลกได้ เพียงแต่ต้องเตรียมการด้านทักษะคน และความปลอดภัยของระบบให้ดี
หากทำได้จริง โมเดลนี้อาจกลายเป็นตัวอย่างให้ประเทศอื่น ๆ ที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ใช้แก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน และกลายเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาด Physical AI ในอนาคต
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลลุย! ปราบเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ยึดทรัพย์กว่า 2 หมื่นล้านบาท
9 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น. ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

