
การแพทย์
ครั้งแรกของการแพทย์ไทย! ใช้ AI คำนวณเลือดที่สูญเสียระหว่างผ่าตัด ลดความเสี่ยงผู้ป่วย
9 มีนาคม 2569
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ เนคเทค สวทช. พัฒนา ESTIMATA-EX เทคโนโลยีที่แค่ถ่ายรูปผ้าซับเลือดผ่านมือถือหรือแท็บเล็ต ระบบ AI ก็จะคำนวณเลือดที่สูญเสียออกมา ภายใน 5-10 วินาที
ซึ่ง AI ตัวนี้ถูกฝึกด้วยภาพจากห้องผ่าตัดมากกว่า 150,000 ภาพ พร้อมใช้เทคโนโลยี Deep Learning ช่วยวิเคราะห์ภาพ ทำให้ระบบคำนวณปริมาณเลือดได้ค่อนข้างแม่นยำ ซึ่งจากผลทดสอบพบว่าคำนวณได้แม่นยำถึง 90.3%
ทำไมถึงต้องพัฒนา AI ตัวนี้ขึ้นมา?
จุดเริ่มต้นมาจากสถานการณ์ใน ร.พ. มหาราชนครเชียงใหม่ ซึ่งเป็น ร.พ. มหาวิทยาลัย ที่ดูแลผู้ป่วยโรคซับซ้อนจาก 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน และมีการผ่าตัดมากถึง 16,000-17,000 ครั้งต่อปี
ทำให้แพทย์ต้องรับมือกับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่อง การเสียเลือดระหว่างการผ่าตัด โดยเฉลี่ยผู้ป่วยจะเสียเลือดประมาณ 300-500 มิลลิลิตรต่อการผ่าตัด 1 ครั้ง และบางรายอาจเสียมากกว่า 1,500 มิลลิลิตร การประเมินเลือดที่จะเสียไปจึงสำคัญมาก เพราะอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยได้โดยตรง โดยเฉพาะการผ่าตัดใหญ่ ที่มักมีความเสี่ยงสูง
โดยที่ผ่านมาการประเมินเลือดส่วนใหญ่ยังใช้การคาดคะเนด้วยสายตา ซึ่งอาจคลาดเคลื่อนได้ถึง 20-40% และความคลาดเคลื่อนนี้ก็สามารถส่งผลต่อการตัดสินใจรักษาโดยตรง เพราะถ้าประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง ผู้ป่วยอาจไม่ได้รับเลือดทันเวลา เสี่ยงช็อก หรืออวัยวะขาดเลือด แต่ถ้าประเมินสูงกว่าความเป็นจริง ก็อาจให้เลือดเกินจำเป็น จนเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
ตอนนี้ระบบถูกนำไปทดลองใช้จริงแล้ว ใน ร.พ. มหาราชนครเชียงใหม่ โดยกำลังเก็บข้อมูลและปรับปรุงระบบเพื่อพัฒนาให้พร้อมใช้งานในห้องผ่าตัดมากขึ้น และขยายการใช้การในโรงพยาบาลให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

NIA จับมือมหิดล - รพ. พระราม 9 เปิด "SPEAR H Accelerator" หนุนผลิตเฮลธ์เทคสตาร์ตอัปไทย
ตลาดเฮลธ์เทคทั่วโลกกำลังโตแบบก้าวกระโดด จากสังคมสูงวัย โรคเรื้อรังที่เพิ่มขึ้น การขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ และพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่ต้องการบริการสุขภาพที่ สะดวก เร็ว และเฉพาะบุคคล ส่งผลให้มูลค่าตลาดดิจิทัลเฮลธ์เพิ่มจาก 312.9 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2024

NIA จับมือมหิดล - รพ. พระราม 9 เปิด "SPEAR H Accelerator" หนุนผลิตเฮลธ์เทคสตาร์ตอัปไทย

ผู้เชี่ยวชาญเตือน หลัง ChatGPT Health ไม่แนะนำให้ไปห้องฉุกเฉินกว่า 52% ของเคสฉุกเฉินจริง
