ธนาคารสหรัฐฯ เฝ้าระวังขั้นสูง เสี่ยงถูกโจมตีไซเบอร์ หลังสงครามอิหร่านลุกลาม
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

ธนาคารสหรัฐฯ “เฝ้าระวังขั้นสูง” เสี่ยงถูกโจมตีไซเบอร์ หลังสงครามอิหร่านลุกลาม

สถาบันการเงินและธนาคารรายใหญ่ในสหรัฐฯ ยกระดับการเฝ้าระวังด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น โดยมีความกังวลว่า กลุ่มแฮกเกอร์ที่มีความเชื่อมโยงกับอิหร่าน อาจโจมตีระบบโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของสหรัฐฯ

ซึ่งภาคการเงินของสหรัฐฯ ถือว่า “เป็นเป้าหมายสำคัญ” เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบชำระเงิน ตลาดทุน และตลาดพันธบัตรรัฐบาล หากเกิดการโจมตีไซเบอร์จนระบบหยุดชะงัก อาจกระทบต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจในวงกว้างได้

องค์กรอุตสาหกรรมการเงิน เช่น สมาคมอุตสาหกรรมหลักทรัพย์และตลาดการเงิน (SIFMA) และศูนย์แบ่งปันข้อมูลภัยคุกคามทางการเงิน (FS-ISAC) ได้ประกาศแจ้งเตือนสมาชิกให้เฝ้าติดตามภัยคุกคามอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งจัดเตรียมแผนรับมือหากเกิดการโจมตีขึ้นจริง

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์มองว่า หากมีการตอบโต้จากกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน การโจมตีอาจอยู่ในรูปแบบการก่อกวนระบบ เช่น การโจมตีเว็บไซต์ให้ล่ม หรือรบกวนเครือข่ายขององค์กรสำคัญ แม้จะไม่ถึงขั้นทำให้ระบบการเงินล่มทั้งระบบ แต่ก็สามารถสร้างความปั่นป่วนและกระทบความเชื่อมั่นของตลาดได้

ความกังวลนี้เกิดขึ้นในช่วงที่สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทำให้หน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐต้องจับตาความเสี่ยงด้านไซเบอร์ควบคู่ไปกับความเสี่ยงทางทหารและเศรษฐกิจ

ในอีกมุมหนึ่ง เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ความขัดแย้งระหว่างประเทศในปัจจุบันไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในสนามรบแบบเดิม แต่ขยายมาสู่โลกดิจิทัลมากขึ้น ระบบการเงินจึงกลายเป็นอีกหนึ่ง “พื้นที่สำคัญของความขัดแย้ง”
เพราะสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้ปฏิบัติการทางทหาร

แม้ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ประเมินว่า การโจมตีไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นน่าจะมีลักษณะเป็นการก่อกวนระบบ มากกว่าการโจมตีที่มุ่งทำลายโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังผันผวนจากสงครามและราคาพลังงานที่พุ่งสูง แม้การโจมตีจะเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย ก็อาจกระทบความเชื่อมั่นของตลาดได้


ที่มา : Reuters

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถึงเวลารื้อกฎหมายการศึกษา_เพื่อรีเซ็ตโครงสร้างเศรษฐกิจไทย

ถึงเวลารื้อกฎหมายการศึกษา เพื่อรีเซ็ตโครงสร้างเศรษฐกิจไทย?

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ IMF ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ จะขยายตัวเพียง 1.5% ซึ่งต่ำที่สุดในอาเซียน ขณะที่รายได้ต่อหัวของคนไทยอยู่ที่เพียง 8,000-9,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งยังห่างจากเกณฑ์ “ประเทศรายได้สูงที่ธนาคารโลกกำหนดไว้ที่ 14,375 ดอลลาร์ต่อปี

clock10 ชั่วโมงที่แล้ว
เมื่อ_AI_เข้ามาขับเคลื่อนบริการภาครัฐ_ข้อมูลประชาชนจะปลอดภัยแค่ไหน

เมื่อ AI เข้ามาขับเคลื่อนบริการภาครัฐ ข้อมูลประชาชนจะปลอดภัยแค่ไหน?

clock2 วันที่แล้ว
ศาลสั่งปรับ_Meta_กว่า_567_ล้านดอลลาร์_เยียวยาผลกระทบเด็ก_พร้อมเร่งยกระดับระบบคุ้มครองเยาวชน
ต่างประเทศสังคม

ศาลสั่งปรับ Meta กว่า 567 ล้านดอลลาร์! เยียวยาผลกระทบเด็ก พร้อมเร่งยกระดับระบบคุ้มครองเยาวชน

clock3 วันที่แล้ว