ยุคใหม่ของมิจฉาชีพ เมื่อ AI รู้จุดอ่อนก่อนที่เราจะรู้ตัว
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

ยุคใหม่ของมิจฉาชีพ เมื่อ AI รู้จุดอ่อนก่อนที่เราจะรู้ตัว?

Clock Icon

18 มิถุนายน 2569

⚫️ มิจฉาชีพไม่ได้เจาะระบบ แต่เจาะความเป็นมนุษย์?

เบื้องหลังการหลอกลวงทุกรูปแบบไม่ได้อาศัยเพียงกลโกงทางเทคนิค แต่ยังใช้จิตวิทยาเป็นเครื่องมือสำคัญ

ผ่านหลักการที่เรียกว่า Amygdala Hijacking หรือการกระตุ้นอารมณ์พื้นฐานของมนุษย์ ได้แก่ ความกลัว ความโลภ และความหลง จนทำให้สมองส่วนเหตุผลทำงานลดลงและตัดสินใจผิดพลาด

นี่ไม่ใช่เพียงทฤษฎีทางจิตวิทยา แต่เป็นสูตรสำเร็จที่มิจฉาชีพใช้งานจริง และ AI กำลังทำให้สูตรดังกล่าวมีประสิทธิภาพ แม่นยำ และเข้าถึงเหยื่อได้ในวงกว้างกว่าที่เคย

⚫️ เมื่อ AI รู้จักเหยื่อดีกว่าที่เหยื่อรู้จักตัวเอง?

บทความ Student Blog โดยคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (2569) ระบุว่า มิจฉาชีพเริ่มใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลบน Social Media เพื่อหา "จุดอ่อน" ของเหยื่อผ่านเทคนิค Social Engineering ทำให้พวกเขารู้ล่วงหน้าว่าเหยื่อกลัวอะไร สนใจอะไร หรือมีแนวโน้มตอบสนองต่อเรื่องใด

AI ไม่ได้แค่สร้างเรื่องโกหก แต่ช่วยคัดเลือกเรื่องโกหกที่เหยื่อแต่ละคนมีแนวโน้มจะเชื่อมากที่สุด แต่ยังสามารถออกแบบข้อความให้เหมาะกับเหยื่อแต่ละคนได้อย่างแม่นยำ ราวกับมีนักจิตวิทยาส่วนตัวอยู่เบื้องหลัง เพียงแต่สามารถทำได้พร้อมกันเป็นล้านรายในต้นทุนที่แทบเป็นศูนย์

⚫️ เมื่อกลโกงถูกยกระดับด้วย AI?

เมื่อ AI ช่วยให้มิจฉาชีพเข้าถึงและโน้มน้าวเหยื่อได้มากขึ้น ผลลัพธ์จึงสะท้อนออกมาในตัวเลขที่น่ากังวล

ข้อมูลจาก SAS ที่อ้างอิงรายงาน Global Anti-Scam Alliance และ KPMG Thailand ระบุว่า คนไทยกว่า 70% เคยเผชิญความเสี่ยงจากการหลอกลวง และเกือบ 47% เคยตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงทางการเงินจริง นอกจากนี้ 89% ของคนไทยพบหรือได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า AI ไม่ได้ถูกนำมาใช้เพราะความล้ำสมัย แต่เพราะช่วยให้การหลอกลวงแบบเฉพาะบุคคลขยายจากเหยื่อหลักพันคนสู่หลักสิบล้านคนได้ โดยแทบไม่ต้องเพิ่มกำลังคน

SAS ยังระบุด้วยว่า AI ช่วยให้มิจฉาชีพส่งข้อความหลอกลวงจำนวนมหาศาลพร้อมกัน และปรับให้เฉพาะบุคคลมากขึ้นกว่าเดิม

ซึ่งทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางการเงินเริ่มระบุว่าภัยฉ้อโกงดิจิทัลกำลังเปลี่ยนสถานะจากปัญหาอาชญากรรมทั่วไป ไปสู่ความเสี่ยงเชิงระบบ (Systemic Risk) ของสถาบันการเงิน

⚫️ “Pig Butchering”  เมื่อ AI และจิตวิทยาหลอมรวมกันเป็นอาวุธ

กลโกงนี้มักเริ่มจากข้อความธรรมดาอย่าง "ทักผิดคนหรือเปล่า?" ก่อนค่อย ๆ สร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจ แล้วชักชวนให้ลงทุนผ่านแพลตฟอร์มปลอม ช่วงแรกเหยื่ออาจถอนกำไรได้จริงเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ก่อนถูกหลอกให้โอนเงินก้อนใหญ่และสูญเงินทั้งหมด

ความอันตรายของ Pig Butchering คือไม่ได้เล่นกับความโลภเพียงอย่างเดียว แต่ใช้ความเหงาและความต้องการความสัมพันธ์เป็นเครื่องมือ

ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่มนุษย์ป้องกันได้ยากกว่า ขณะที่ AI ช่วยให้มิจฉาชีพทำสิ่งนี้กับเหยื่อจำนวนมากได้พร้อมกัน ผลลัพธ์คือ Chainalysis รายงานว่ากลโกงรูปแบบนี้เพิ่มขึ้นถึง 40% ในปี 2568 และยังคงเติบโตต่อเนื่อง

AI กำลังเปลี่ยนวิธีทำงาน วิธีเรียนรู้ และวิธีสื่อสารของผู้คน ขณะเดียวกันก็เปลี่ยนวิธีการก่ออาชญากรรมไปพร้อมกัน

เมื่อเทคโนโลยีที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ชีวิต ถูกนำมาใช้เพื่อทำความเข้าใจเหยื่อเช่นกัน โลกหลังจากนี้อาจไม่ได้เผชิญแค่อาชญากรรมที่ฉลาดขึ้น แต่เป็นอาชญากรรมที่เข้าใจมนุษย์มากขึ้นด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฝากรูปบน_Cloud_ปลอดภัยจริงไหม_หรือเรากำลังโดน_แอบส่อง_ตลอดเวลา

ฝากรูปบน Cloud ปลอดภัยจริงไหม? หรือเรากำลังโดน “แอบส่อง” ตลอดเวลา

หลายคนมองว่าการอัปโหลดรูปขึ้นระบบคลาวด์ เป็นวิธีที่สะดวกและปลอดภัยที่สุด เพราะช่วยสำรองข้อมูล ลดความเสี่ยงข้อมูลหาย และเปิดดูได้จากทุกอุปกรณ์ทุกที่ทุกเวลา

clock14 ชั่วโมงที่แล้ว
รัฐเดินหน้าหนุนการศึกษาไทย_ขยายสิทธิ_e_Donation_ลดหย่อนภาษี_2_เท่า_ไปถึงปี_70

รัฐเดินหน้าหนุนการศึกษาไทย! ขยายสิทธิ e-Donation ลดหย่อนภาษี 2 เท่า ไปถึงปี 70

clock14 ชั่วโมงที่แล้ว
ทำไมโลกถึงเคยคิดว่า_AI_ไม่มีทางเกิดขึ้น
ต่างประเทศสังคม

ทำไมโลกถึงเคยคิดว่า AI ไม่มีทางเกิดขึ้น?

clock2 วันที่แล้ว