
สังคม
ทำไมญี่ปุ่นต้องเร่งใช้ JESTA เมื่อการท่องเที่ยวฟื้นแรง จน “ระบบเดิม” รับไม่ไหว
25 กุมภาพันธ์ 2569
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ปัจจัยสำคัญมาจากค่าเงินเยนที่อ่อนตัว การคมนาคมที่สะดวก และภาพลักษณ์ประเทศที่ปลอดภัย ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ระบบตรวจคนเข้าเมืองแบบเดิม ซึ่งเน้นการคัดกรองเมื่อเดินทางถึงประเทศ เริ่มเผชิญข้อจำกัดทั้งด้านเวลา บุคลากร และงบประมาณ
ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมก็อาจจะดีกว่า?
ปัญหาที่ตามมาไม่ใช่เพียงความแออัดในสนามบิน แต่รวมถึงการพำนักเกินกำหนด การลักลอบทำงาน และการใช้สถานะนักท่องเที่ยวเป็นช่องทางเข้าสู่การอยู่อาศัยระยะยาวโดยผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งเมื่อคนเหล่านี้เข้าประเทศมาแล้ว การตามจัดการจะยุ่งยาก เสียทั้งเวลาและงบประมาณ มากกว่าการคัดกรองและกันไว้ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง
JESTA จึงถูกออกแบบมาเพื่อ “ย้ายด่านตรวจคนเข้าเมืองไปไว้ก่อนขึ้นเครื่อง” โดยให้ผู้เดินทางจากประเทศที่ได้รับยกเว้นวีซ่าต้องลงทะเบียนล่วงหน้า แจ้งข้อมูลส่วนบุคคล อาชีพ วัตถุประสงค์การเดินทาง ที่พัก และระยะเวลาพำนัก เพื่อให้รัฐสามารถประเมินความเสี่ยงก่อนอนุญาตให้เดินทาง ซึ่งช่วยลดภาระของเจ้าหน้าที่ และเพิ่มความแม่นยำในการคัดกรอง
ญี่ปุ่นกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว
อีกปัจจัยสำคัญคือโครงสร้างประชากรของญี่ปุ่นที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว รัฐบาลต้องบริหารจัดการแรงงานต่างชาติและผู้อพยพอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้กระทบต่อระบบสวัสดิการและความมั่นคงทางสังคม การแยกให้ชัดว่าใครเข้ามาในฐานะ “นักท่องเที่ยว” และใครควรเข้าสู่ระบบแรงงานหรือวีซ่าประเภทอื่น จึงเป็นเรื่องจำเป็นมากขึ้น
มาตรการนี้ถูกใช้แล้วในหลายประเทศ?
หลายประเทศทั่วโลกเริ่มนำระบบคัดกรองการเดินทางล่วงหน้ามาใช้ เพื่อยกระดับความมั่นคงด้านการเข้าเมือง ญี่ปุ่นซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศท่องเที่ยวหลักของโลก ก็ไม่อาจปล่อยให้ตนเองกลายเป็นช่องโหว่ของระบบการเดินทางระหว่างประเทศได้
ท้ายที่สุด JESTA ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อจำกัดการท่องเที่ยว แต่เพื่อยกระดับคุณภาพของการเดินทาง ผู้ที่มีแผนชัดเจนและปฏิบัติตามกติกาจะสามารถเข้าประเทศได้รวดเร็วและสะดวกมากขึ้น ขณะที่ผู้ที่มีเจตนาไม่โปร่งใสก็จะถูกคัดออกตั้งแต่ต้นทาง
การเร่งออกมาตรการนี้จึงสะท้อนท่าทีของญี่ปุ่นอย่างชัดเจนว่า ในยุคที่การเดินทางระหว่างประเทศกลับมาคึกคักอีกครั้ง “ความสะดวก” ต้องเดินคู่กับ “ความรับผิดชอบ” ต่อไปการเข้าเยือนญี่ปุ่นในอนาคตคงไม่ใช่แค่มีพาสปอร์ตแล้วเดินทางได้ แต่ผู้เดินทางต้องมีความพร้อมและแสดงข้อมูลที่ชัดเจน โปร่งใส ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คันแรกของประเทศจากฝีมือคนไทย “รถไฟฟ้ารางเบา” ทดสอบใช้จริงแล้วมทร.อีสาน
รถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail) คันแรกของไทย เริ่มเปิดทดลองใช้แล้วที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ต้นแบบขบวนแรกที่ออกแบบและประกอบขึ้นในไทย เริ่มทดสอบการวิ่งบนรางระยะทาง 450 เมตร

