หรือการคืนชีพโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จะเป็นทางออกใหม่ของวิกฤตพลังงาน Data Center
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

หรือการคืนชีพโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จะเป็นทางออกใหม่ของวิกฤตพลังงาน Data Center?

Clock Icon

30 ตุลาคม 2569

ข้อมูลจาก International Energy Agency (IEA) ชี้ว่าในปี 2024  Data Center ทั่วโลกใช้ไฟฟ้าประมาณ 415 TWh และคาดว่าอาจเพิ่มขึ้นเป็น 945 TWh ภายในปี 2030 หรือมากกว่าสองเท่าภายในระยะเวลาเพียง 6 ปี

เมื่อความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง จึงเริ่มมองหาแหล่งพลังงานทางเลือก เพื่อรองรับการขยายตัวของ Data Center โดยเฉพาะแหล่งพลังงานที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องและปล่อยคาร์บอนต่ำ ซึ่งหนึ่งในตัวเลือกที่กลับมาได้รับความสนใจคือ “พลังงานนิวเคลียร์”

จากแหล่งพลังงานที่ถูกลืมสู่ “แหล่งพลังงานใหม่ของ AI”

พลังงานนิวเคลียร์เป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานที่มีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าปริมาณมาก แต่หลายภาคส่วนมักลังเลที่จะลงทุน เนื่องจากมีต้นทุนการก่อสร้างและการบำรุงรักษาสูง อีกทั้งภาพจำเกี่ยวกับอุบัติเหตุและความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ทำให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์หลายแห่งต้องยุติการดำเนินงานหรือถูกมองข้ามไป 

เหตุผลที่พลังงานนิวเคลียร์กลับมาได้รับความสนใจ มาจากความสามารถในการผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง แตกต่างจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมที่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและช่วงเวลาในการผลิต

สำหรับ Data Center ที่ต้องประมวลผลข้อมูลและให้บริการระบบ AI ตลอดเวลา การมีแหล่งพลังงานที่มั่นคงจึงเป็นเรื่องสำคัญ ขณะเดียวกันพลังงานนิวเคลียร์ยังมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับบริษัทที่อยากลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล

ทำให้บริษัท Big Tech หลายแห่งเริ่มหันมาลงทุนในพลังงานนิวเคลียร์มากขึ้น ทั้งการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์รุ่นใหม่ และการฟื้นฟูโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เคยหยุดดำเนินงานไปแล้ว  เช่น

  • Microsoft : จับมือกับ Constellation Energy สนับสนุนการฟื้นฟูโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Three Mile Island Unit 1 กำลังการผลิต 835 MW พร้อมทำสัญญาซื้อไฟฟ้าระยะยาว 20 ปี

  • Meta : สนับสนุนการพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ร่วมกับ TerraPower กำลังการผลิตสูงสุด 690 MW และร่วมมือกับ Oklo พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาด 1.2 GW ในรัฐโอไฮโอ

  • Amazon : ร่วมมือกับ X-energy พัฒนาเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ตั้งเป้ากำลังการผลิตรวมมากกว่า 5 GW ในสหรัฐฯ ภายในปี 2039

  • Google : ร่วมมือกับ Kairos Power พัฒนาเครื่องปฏิกรณ์ SMR โดยตั้งเป้าเริ่มผลิตไฟฟ้าภายในปี 2030

การลงทุนเหล่านี้นอกจากทำให้เห็นถึงการมองหาพลังงานทางเลือก ยังแสดงให้เห็นว่าบริษัท Big Tech กำลังเริ่มเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมพลังงานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำสัญญาซื้อไฟฟ้า การสนับสนุนเงินทุน หรือการร่วมพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้ารูปแบบใหม่

เมื่ออนาคตของ AI ต้องเดินไปพร้อมกับอนาคตของพลังงาน

เมื่อ AI เติบโตขึ้น ความท้าทายของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจึงต้องคำนึงถึงการจัดหาพลังงานให้เพียงพอต่อการใช้งานในระยะยาว

และการที่ Big Tech เริ่มหันมาลงทุนในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และพลังงานทางเลือก ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ที่ทำให้อนาคตของเทคโนโลยีและอนาคตของอุตสาหกรรมพลังงานต้องเติบโตไปพร้อมกัน

แต่เส้นทางนี้ก็ยังมีโจทย์ที่ต้องแก้ไข ทั้งต้นทุนการก่อสร้าง ความปลอดภัย การจัดการกากกัมมันตรังสี และระยะเวลาในการพัฒนา โดยเฉพาะโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ที่หลายโครงการยังอยู่ระหว่างการพัฒนาและยังไม่สามารถผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้จริง ทิศทางการลงทุนของ Big Tech จึงยังต้องพิสูจน์อีกว่า พลังงานนิวเคลียร์จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของยุค AI ได้มากน้อยแค่ไหน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่ยืนยันตัวตน_อดยิงแอด_มาตรการ_No_ID_No_Ads_สกัดโฆษณามิจฉาชีพ_ใครต้องเตรียมตัวบ้าง

ไม่ยืนยันตัวตน อดยิงแอด! มาตรการ “No ID, No Ads” สกัดโฆษณามิจฉาชีพ ใครต้องเตรียมตัวบ้าง?

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้ลงโฆษณาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เข้าเกณฑ์ต้องยืนยันตัวตนก่อนยิงแอด ตามมาตรการ “No ID, No Ads” หรือ “ไม่ยืนยันตัวตน ก็ยิงแอดไม่ได้” ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใหญ่ ร้านค้าออนไลน์ หรือ SME

clock3 วันที่แล้ว
ส่องแนวทางรับมือแต่ละประเทศหลัง_AI_เปิดโปงช่องโหว่_PHP_จนสะเทือนโลกไซเบอร์
ต่างประเทศธุรกิจไอที

ส่องแนวทางรับมือแต่ละประเทศหลัง AI เปิดโปงช่องโหว่ PHP จนสะเทือนโลกไซเบอร์

clock7 วันที่แล้ว
Server_เสียน้อยลง_8_เท่า_แต่ไม่คุ้มขยายต่อ_เจาะเหตุผลที่_Microsoft_ยุติ_Data_Center_ใต้ทะเล
ต่างประเทศธุรกิจไอที

Server เสียน้อยลง 8 เท่า แต่ไม่คุ้มขยายต่อ? เจาะเหตุผลที่ Microsoft ยุติ Data Center ใต้ทะเล

clock18 วันที่แล้ว