
เทศกาลสงกรานต์ปี 2569 กลับมาคึกคักอีกครั้ง และยังคงเป็นหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจน โดยปีนี้มีเม็ดเงินหมุนเวียน
จากการท่องเที่ยวทั่วประเทศกว่า 3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สะท้อนการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวที่ยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง
แรงขับเคลื่อนหลักมาจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติที่ออกเดินทางในช่วงวันหยุดยาว ทำให้เกิดการกระจายรายได้ไปยังหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร เมืองท่องเที่ยวหลัก หรือแม้แต่เมืองรองที่ได้รับอานิสงส์จากกระแสการเดินทางเช่นกัน
บรรยากาศในหลายพื้นที่เต็มไปด้วยความคึกคัก โดยเฉพาะจุดเล่นน้ำยอดนิยมและอีเวนต์ขนาดใหญ่ที่ดึงดูดผู้คนจำนวนมาก
“ฟื้นตัวจริง” หรือ “คลื่นระยะสั้น” จากเทศกาล?
แม้เงินจะสะพัด และรายได้จะกระจายไปยังหลายพื้นที่ ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง แต่ในอีกด้านหนึ่ง พฤติกรรมของคนไทยก็สะท้อนการใช้จ่ายที่ระมัดระวังมากขึ้น หลายคนเลือกเที่ยวใกล้บ้าน ลดวันเดินทาง หรือคุมงบกว่าที่เคย เพื่อ “ประคองตัว” ท่ามกลางค่าครองชีพที่ยังสูง ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากปัญหา สงครามในตะวันออกกลาง
สงกรานต์ปีนี้สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจไทย “สองด้าน” อย่างชัดเจน
ด้านหนึ่งคือภาคท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก สร้างรายได้และกระตุ้นการใช้จ่ายโดยรวมได้ดี
แต่อีกด้าน กำลังซื้อของประชาชนบางกลุ่มยังฟื้นไม่เต็มที่ และยังมีข้อจำกัดอยู่
ท้ายที่สุด แม้สงกรานต์จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญ แต่เมื่อพ้นช่วงเทศกาลไป ไทยยังต้องเจอโจทย์ใหญ่คือทำอย่างไรให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ซึ่งก็ต้องอาศัยการฟื้นตัวของกำลังซื้อภายในประเทศควบคู่กัน เพื่อรักษาสมดุลเศรษฐกิจให้รายได้จากการท่องเที่ยวกระจายไปได้อย่างทั่วถึงจริง ๆ
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ช่องแคบมะละกา” อาจเป็นเป้าต่อไปของสงคราม เพื่อชิงอำนาจ?
เมื่อการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังไม่ลงตัว ก็เกิดความกังวลมากมายให้กับหลายประเทศ โดยเฉพาะแถบเอเชีย ที่ดูเหมือนสงครามจะดูไกลตัว แต่ถ้าความขัดแย้งยืดเยื้อไปกว่านี้ จุดตึงเครียดต่อไปอาจเป็น “ช่องแคบมะละกา” หนึ่งในคอขวดสำคัญของระบบพลังงานและการค้าโลก

