ฝากรูปบน Cloud ปลอดภัยจริงไหม หรือเรากำลังโดน แอบส่อง ตลอดเวลา
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

ฝากรูปบน Cloud ปลอดภัยจริงไหม? หรือเรากำลังโดน “แอบส่อง” ตลอดเวลา

Clock Icon

18 มิถุนายน 2569

หลายคนมองว่าการอัปโหลดรูปขึ้นระบบคลาวด์ เป็นวิธีที่สะดวกและปลอดภัยที่สุด เพราะช่วยสำรองข้อมูล ลดความเสี่ยงข้อมูลหาย และเปิดดูได้จากทุกอุปกรณ์ทุกที่ทุกเวลา

ซึ่งผู้ให้บริการ Cloud แต่ละเจ้า ก็มักย้ำว่าระบบมีความปลอดภัยสูง และมีการเข้ารหัสข้อมูลอย่างเข้มงวด แต่คำถามคือ “ความปลอดภัย” กับ “ความเป็นส่วนตัว” เป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่

เพราะแม้ข้อมูลจะปลอดภัยจากคนภายนอก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าระบบจะไม่เข้ามาตรวจสอบไฟล์บางประเภท และหากเป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อน ก็อาจเกิดปัญหาจากการตรวจจับ หรือการตีความของระบบได้เช่นกัน

⚫กรณีศึกษาจากหมอนิติเวช เมื่อระบบตรวจจับทำงานโดยไม่เข้าใจบริบท

ไม่นานมานี้ เพจ Drama-addict ได้แชร์กรณีของหมอนิติเวชท่านหนึ่ง ที่ใช้ Google Photos และ Google Drive ในการเก็บภาพเคสชันสูตรพลิกศพ เพื่อใช้ประกอบการทำงาน แต่ต่อมาคุณหมอกลับถูก Google ระงับบัญชีแบบถาวร ทำให้ไม่สามารถเข้าใช้งานได้ และข้อมูลเคสทั้งหมดก็เข้าถึงไม่ได้ในทันที

เมื่อสอบถามเพิ่มเติม พบว่าสาเหตุเกิดจากระบบ AI ของ Google ตรวจพบและตีความว่าภาพบางส่วนเข้าข่ายเนื้อหาไม่เหมาะสม โดยเฉพาะภาพจากเคสที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นผู้เยาว์ แม้ความเป็นจริง ภาพเหล่านั้นเป็นภาพที่ใช้ประกอบงานทางการแพทย์ก็ตาม

สะท้อนว่า รูปและไฟล์ที่เราเก็บไว้บน Cloud อาจถูกตรวจสอบโดยระบบอัตโนมัติของผู้ให้บริการ เพื่อคัดกรองเนื้อหาที่ผิดกฎหมายหรือเข้าข่ายความเสี่ยง ซึ่งถูกระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัว และเงื่อนไขการใช้งานของแพลตฟอร์มมาตั้งแต่ต้น เพียงแต่หลายคนอาจไม่เคยรู้หรือไม่ได้สังเกตมาก่อน

⚫แล้วทำไม AI ถึงเข้ามาส่องรูปในพื้นที่ส่วนตัวของเราได้?

Cloud แทบทุกเจ้ามีการเข้ารหัสข้อมูลอยู่แล้ว แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าใครสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสเหล่านั้นได้บ้าง โดยข้อมูลจาก Vaultaire  ที่เปรียบเทียบนโยบายด้านความปลอดภัยของผู้ให้บริการแต่ละราย จะพบว่าแนวทางการปกป้องข้อมูลที่แบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบหลักๆ คือ

แบบเเรก Server-side Encryption (ผู้ให้บริการถือกุญแจ) เมื่อรูปภาพถูกอัปโหลดขึ้น Cloud ข้อมูลจะถูกเข้ารหัสเพื่อป้องกันไม่ให้คนภายนอกหรือแฮกเกอร์เข้าถึงได้ง่าย แต่ผู้ให้บริการยังสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ตามการออกแบบของระบบ ทำให้ AI หรือระบบอัตโนมัติ สามารถตรวจสอบไฟล์บางประเภทเพื่อคัดกรองเนื้อหาที่ผิดกฎหมายหรือผิดนโยบายของแพลตฟอร์ม 

แบบที่สอง End-to-end Encryption (ผู้ใช้ถือกุญแจคนเดียว) ในระบบแบบนี้ รูปภาพจะถูกเข้ารหัสตั้งแต่บนอุปกรณ์ของผู้ใช้ก่อนอัปโหลดขึ้น Cloud ทำให้ผู้ให้บริการเก็บได้เพียงข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสแล้ว และไม่สามารถเปิดดูเนื้อหาภายในได้ แปลว่า ทั้งบริษัทและระบบ AI จะไม่สามารถเข้ามาสแกนหรือวิเคราะห์รูปภาพได้ เพราะกุญแจสำหรับถอดรหัสอยู่กับผู้ใช้งานเท่านั้น 

กรณีของคุณหมอนิติเวช จึงอาจไม่ได้มีฝ่ายไหนผิด เพราะทั้งผู้ใช้และผู้ให้บริการต่างก็ทำตามหน้าที่ของตัวเอง คุณหมอเลือกใช้ Cloud เพื่อความสะดวกในการทำงาน ขณะที่แพลตฟอร์มก็มีหน้าที่ตรวจจับและป้องกันเนื้อหาที่อาจผิดกฎหมาย

ทำให้เห็นว่าไม่ใช่ข้อมูลทุกอย่างจะเหมาะกับการเก็บไว้บน Cloud เหมือนกัน โดยเฉพาะข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน ดังนั้น ก่อนเก็บข้อมูลสำคัญบน Cloud ก็อาจจะต้องพิจารณาวิธีจัดเก็บที่เหมาะสมกับลักษณะของข้อมูลนั้นมากขึ้น


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยุคใหม่ของมิจฉาชีพ_เมื่อ_AI_รู้จุดอ่อนก่อนที่เราจะรู้ตัว

ยุคใหม่ของมิจฉาชีพ เมื่อ AI รู้จุดอ่อนก่อนที่เราจะรู้ตัว?

มิจฉาชีพไม่ได้เจาะระบบ แต่เจาะความเป็นมนุษย์? . เบื้องหลังการหลอกลวงทุกรูปแบบไม่ได้อาศัยเพียงกลโกงทางเทคนิค แต่ยังใช้จิตวิทยาเป็นเครื่องมือสำคัญ ผ่านหลักการที่เรียกว่า Amygdala Hijacking หรือการกระตุ้นอารมณ์พื้นฐานของมนุษย์ ได้แก่ ความกลัว ความโลภ และความหลง จนทำให้สมองส่วนเหตุผลทำงานลดลงและตัดสินใจผิดพลาด

clock10 ชั่วโมงที่แล้ว
รัฐเดินหน้าหนุนการศึกษาไทย_ขยายสิทธิ_e_Donation_ลดหย่อนภาษี_2_เท่า_ไปถึงปี_70

รัฐเดินหน้าหนุนการศึกษาไทย! ขยายสิทธิ e-Donation ลดหย่อนภาษี 2 เท่า ไปถึงปี 70

clock14 ชั่วโมงที่แล้ว
ทำไมโลกถึงเคยคิดว่า_AI_ไม่มีทางเกิดขึ้น
ต่างประเทศสังคม

ทำไมโลกถึงเคยคิดว่า AI ไม่มีทางเกิดขึ้น?

clock2 วันที่แล้ว