
คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ (FCC) สั่งแบนเราเตอร์รุ่นใหม่ที่ผลิตนอกสหรัฐฯ โดยถูกเพิ่มเข้าไปในรายชื่ออุปกรณ์ที่ถือว่ามีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยและความมั่นคงของชาติ หรือที่เรียกว่า “Covered List” โดยคนที่ใช้เราเตอร์ที่ผลิตจากต่างประเทศอยู่ ยังใช้งานได้ปกติ แต่รุ่นใหม่ที่จะวางขายหลังจากนี้จะถูกห้ามนำเข้าจนกว่าจะได้รับอนุมัติ และบริษัทที่ผลิตนอกสหรัฐฯ ต้องยื่นขออนุมัติแบบมีเงื่อนไข เช่น ต้องแจ้งรายชื่อผู้ลงทุนต่างชาติทั้งหมด พร้อมแผนชัดเจนว่าจะย้ายฐานการผลิตมาอยู่ในสหรัฐฯ
อุปกรณ์ในบ้าน กลายเป็นประตูสู่ภัยไซเบอร์ระดับชาติ?
ช่วงหลังมานี้ สหรัฐฯ พบการโจมตีไซเบอร์หลายระลอกจากกลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ทั้ง Volt Typhoon, Flax Typhoon และ Salt Typhoon โดยใช้ช่องโหว่ของอุปกรณ์เหล่านี้ เจาะระบบองค์กรสำคัญ โจมตีเครือข่ายโทรคมนาคม และเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ การโจมตีแบบนี้ไม่เพียงขโมยข้อมูล แต่ยังสามารถ ทำลายโครงสร้างพื้นฐานและกระทบความมั่นคงของประเทศได้เลย
การแบนเราเตอร์ครั้งนี้ สะท้อนถึงแนวทางที่สหรัฐฯ ขยายการคัดกรองอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่เสี่ยงต่อความมั่นคงมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ FCC ก็สั่งแบนโดรนที่ผลิตจากจีน โดยเฉพาะรุ่น DJI และ Autel ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงเช่นกัน
แต่สหรัฐฯ ยังผลิตเราเตอร์เองได้ไม่ครบวงจร
นักวิจัยจาก GreyNoise Intelligence บอกว่าการแบนนี้ยังแก้ปัญหาไม่ได้ทั้งหมด เราเตอร์อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ ผลิตหรือประกอบนอกสหรัฐฯ โดยเฉพาะจีน ที่ครองตลาดเราเตอร์ในสหรัฐฯ มากถึง 60% แม้บางผลิตภัณฑ์จะติดป้ายว่า "Made in USA" แต่ส่วนใหญ่แค่ประกอบในประเทศ แต่แผงวงจรพิมพ์ยังนำมาจากต่างประเทศ ทำให้มาตรการแบนไม่ได้แก้ความเสี่ยงไซเบอร์โดยตรง
ซึ่งหากต้องการป้องกันความเสี่ยงไซเบอร์จริง อาจต้องควบคุมตั้งแต่การออกแบบชิป การประกอบ การตรวจสอบซอฟต์แวร์ ไปจนถึงการ อัปเดตระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ปลอดภัยจริง
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จีนเร่งวางกติกาคุม AI หลัง AI เริ่มคิดและลงมือทำเองเก่งขึ้น จนเสี่ยงหลุดควบคุม?
วันนี้ AI กำลังก้าวพ้นบทบาทของแชทบอทที่คอยตอบคำถาม ไปสู่ยุคของ AI Agent หรือระบบ AI ที่สามารถคิด วางแผน และลงมือทำงานหลายขั้นตอนแทนมนุษย์ได้ด้วยตัวเองมากขึ้น

จีนเร่งวางกติกาคุม AI หลัง AI เริ่มคิดและลงมือทำเองเก่งขึ้น จนเสี่ยงหลุดควบคุม?

รัฐย้ำ! ไรเดอร์ที่วิ่งงานผ่านแอปฯ ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ฝ่าฝืนเสี่ยงโดนระงับบัญชี
