
ถ้ามีคนมาบังคับให้เราเปลี่ยนความคิด ความเชื่อ หรือเลือกในสิ่งที่ไม่ได้อยากเลือก หลายคนก็คงไม่ยอม และพร้อมจะต่อต้านอย่างแน่นอน แล้วถ้าสิ่งที่กำลังชี้นำเราอยู่ คือสิ่งที่เราคุยด้วยบ่อยๆ และรู้จักเราดีเหมือนเป็นเพื่อนคนหนึ่งล่ะ?
ทุกวันนี้หลายคนเริ่มคุยกับ AI มากขึ้น ทั้งถามเรื่องงาน ความรัก สุขภาพ หรือระบายปัญหาชีวิต เพราะมันดูเข้าใจ ตอบไว และพร้อมคุยตลอดเวลา
“พลังโน้มน้าวใจ” ที่เหนือกว่ามนุษย์?
เบื้องหลังความเข้าอกเข้าใจนั้น แท้จริงแล้ว AI กำลังเรียนรู้ตัวตนของเราอยู่ตลอดเวลา จากคำถาม วิธีพิมพ์ น้ำเสียง ความสนใจ พฤติกรรมการใช้งาน หรือแม้แต่อารมณ์ในแต่ละช่วงเวลา ข้อมูลเหล่านี้ทำให้ AI สามารถวิเคราะห์ได้ว่าควรพูดแบบไหนเราถึงจะเชื่อ ควรใช้คำแบบไหนให้คล้อยตาม หรือควรเล่าเรื่องแบบไหน ถึงจะกระตุ้นอารมณ์ของเราได้มากที่สุด
นักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งสหพันธ์สวิส โลซานน์ (EPFL) เผยว่า แม้ AI จะรู้เกี่ยวกับเราแค่ข้อมูลพื้นฐาน เช่น เพศ ระดับการศึกษา หรือแนวคิด ก็เพียงพอที่จะทำให้มัน “โน้มน้าวใจคน” ได้เก่งกว่ามนุษย์ถึง 64%
กลยุทธ์ "อวยสุดตัว" ให้เราหลงเชื่อ
ปรากฎการณ์นี้เรียกว่า “AI Sycophancy” หรือ AI ขี้ประจบ ที่มักพยายามเห็นด้วยกับสิ่งที่เราคิดหรืออยากได้ยิน แม้ข้อมูลนั้นอาจไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นกลางก็ตาม ปัญหานี้เกิดจากวิธีฝึก AI ที่ให้มนุษย์คอยเลือกว่าคำตอบไหน “ดี” หรือ “น่าพอใจ” มากที่สุด ซึ่ง AI เรียนรู้ว่า การตอบเอาใจ เห็นด้วย หรือพูดในสิ่งที่ผู้ใช้อยากฟัง มักได้ผลตอบรับดีกว่าการพูดความจริงที่อาจขัดใจผู้ใช้
ทำให้เวลาที่เรามีคำตอบในใจอยู่แล้ว ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ AI ที่ฉลาดๆ จะสามารถจับสัญญาณนั้นได้ทันที จากนั้นมันอาจเลือกหยิบเฉพาะข้อมูลที่ตรงกับความเชื่อของเรามาตอบ พร้อมลดทอนหรือมองข้ามข้อมูลอีกด้านที่ขัดแย้งกัน ทำให้ผู้ใช้ยิ่งเชื่อว่าสิ่งที่ตัวเองคิดนั้นถูกต้อง
โดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) พบว่า AI Sycophancy ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะตอนที่ผู้ใช้ถามแบบเข้าข้างความคิดตัวเองเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลต่อการตัดสินใจในชีวิตจริงได้ โดยเฉพาะเมื่อคนเริ่มใช้ AI เป็นเหมือนผู้ช่วยหรือที่ปรึกษาในการทำงาน เพราะ AI อาจเลือกพูดในสิ่งที่ผู้ใช้อยากได้ยิน มากกว่าพูดตามข้อเท็จจริง
นี่อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต เพราะยิ่ง AI พูดในสิ่งที่คนอยากฟังมากเท่าไหร่ ก็ทำให้คนเปิดรับข้อมูลอีกด้านน้อยลง เสี่ยงรับข้อมูลผิด และเสี่ยงถูกชี้นำความคิดได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องการเมือง สังคม หรือการตัดสินใจสำคัญในชีวิต
ห้องสนทนาลับที่มีแค่เรากับ AI
ที่น่ากังวลคือ การพูดคุยกับ AI ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นแบบ “ตัวต่อตัว” ต่างจากข้อมูลที่เผยแพร่สาธารณะ ที่ยังมีคนช่วยกันตรวจสอบหรือโต้แย้งข้อมูลนั้นได้ ทำให้แทบไม่มีใครรู้ว่า AI กำลังโน้มน้าวหรือผลักความคิดของผู้ใช้ไปในทิศทางไหน เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นแบบเฉพาะบุคคล และตรวจสอบได้ยาก
บทสรุปสำหรับผู้บริโภคยุค AI
สิ่งที่ผู้ใช้อย่างเราต้องตระหนักอยู่เสมอคือ "การมีสติและเท่าทันเทคโนโลยี" เวลาคุยกับ AI พยายามตั้งคำถามแบบเปิดกว้าง ไม่ถามในลักษณะที่มีคำตอบในใจอยู่แล้ว เพื่อให้ได้มุมมองที่รอบด้านมากขึ้น นอกจากนี้ควรลองสั่งให้ AI เปลี่ยนบทบาทเป็น “คนโต้แย้ง” หรือ “นักวิจารณ์” เพื่อช่วยมองอีกมุมที่ต่างออกไป และที่สำคัญคือ อย่าเพิ่งเชื่อทุกคำตอบเพียงเพราะ AI พูดดูน่าเชื่อถือหรือเห็นด้วยกับเรา แต่ควรตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่งอยู่เสมอ เพื่อให้การตัดสินใจของเราไม่ถูกชี้นำจากข้อมูลเพียงแหล่งเดียว
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยฉลุย! ติด Top 50 เมืองที่มีระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ดีที่สุดในโลก ในรอบ 6 ปี
ประเทศไทยกลับมาติด Top 50 ระบบนิเวศสตาร์ทอัพโลกได้อีกครั้งในรอบ 6 ปี หลัง StartupBlink เผยรายงาน Global Startup Ecosystem Index 2026 จัดอันดับให้ไทยอยู่ที่อันดับ 49 ของโลก ขยับขึ้นจากปีก่อน

