
เศรษฐกิจ - การลงทุน
NIA ผนึกพันธมิตรอุตสาหกรรมอาหาร เปิด SPACE-F Batch 7 ดัน FoodTech สู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของไทย
27 สิงหาคม 2569
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จับมือสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA พร้อมพันธมิตรระดับแนวหน้าของวงการอุตสาหกรรมอาหารและสถาบันการศึกษา ได้แก่ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มหาวิทยาลัยมหิดล บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด และ Foodland Ventures จากไต้หวัน จัดงาน "SPACE-F Batch 7 – Accelerator Demo Day" เวทีเปิดตัวสตาร์ตอัป FoodTech ไทยและต่างประเทศให้เติบโตสู่ธุรกิจเชิงพาณิชย์ พร้อมผลักดันให้กลายเป็นธุรกิจที่เติบโตได้จริง และยกระดับให้เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Economic Engine) ของประเทศไทย
ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวว่า FoodTech ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยีอาหาร แต่เป็นกลไกเชื่อมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เข้ากับโอกาสทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางกระแสเศรษฐกิจเวลเนส (Wellness Economy) ที่กำลังเติบโตทั่วโลก ประเทศไทยมีจุดแข็งทั้งความหลากหลายทางชีวภาพ วัตถุดิบ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และฐานอุตสาหกรรมอาหารที่แข็งแกร่ง ซึ่งหากผนวกกับเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ของผู้ประกอบการ จะสามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่แข่งขันได้ในตลาดโลก
ด้าน ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA ระบุว่า อุตสาหกรรมอาหารกำลังเปลี่ยนผ่านจากการผลิตอาหารแบบดั้งเดิม ไปสู่อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยข้อมูลจาก AgFunder ชี้ว่า ปี 2025 การลงทุนด้าน AgrifoodTech ทั่วโลกมีมูลค่ากว่า 16.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนโอกาสการเติบโตของเทคโนโลยีอาหารในระดับโลก
NIA ตั้งเป้าผลักดันประเทศไทยจากภาพจำ “Kitchen of the World” ไปสู่ “FoodTech Innovation Hub of Asia” ผ่านการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงนักวิจัย สตาร์ตอัป ภาคเอกชน และนักลงทุนเข้าด้วยกัน
โดยพันธมิตรร่วมโครงการต่างสะท้อนมุมมองไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ที่เน้นสนับสนุนสตาร์ตอัปผ่านกระบวนการทดสอบ Proof of Concept (PoC), มหาวิทยาลัยมหิดล ที่เชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์, ไทยเบฟเวอเรจ ที่ช่วยเปิดโอกาสด้านการตลาดและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์, เนสท์เล่ ที่ย้ำว่านวัตกรรมต้องพิสูจน์คุณค่าในระดับผู้บริโภคจริง ไม่ใช่แค่ในห้องแล็บ และ Foodland Ventures ในมุมมองนักลงทุนที่มองหาโซลูชันที่สร้าง Impact และขยายสเกลได้จริง
สำหรับ SPACE-F Batch 7 กลุ่มเร่งการเติบโตทางธุรกิจ (Accelerator Program) มีสตาร์ตอัปเข้าร่วมทั้งหมด 9 ทีมจาก 6 ประเทศ โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์การพัฒนาและทดสอบผลิตภัณฑ์ร่วม (Proof of Concept: POC) ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรในโครงการ ได้แก่
1) Terra Bioindustries Inc. ที่อัปไซเคิลของเหลือจากอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารเป็นวัตถุดิบมูลค่าสูง
2) Nucaps และ 3) BeNatureBioLab พัฒนาส่วนผสมเชิงหน้าที่และเทคโนโลยีเอนแคปซูเลชันเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการและประสิทธิภาพของสารสำคัญ
4) Kinava นำเทคโนโลยี HydroThermal Carbonization มาเปลี่ยนขยะอาหารเป็นปุ๋ยชีวภาพ Biochar และก๊าซชีวภาพ
5) ComexSoft ใช้แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลตลาดแบบเรียลไทม์เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ
6) PROTINOS พัฒนาบะหมี่โปรตีนสูงจากไข่ขาวและถั่วเหลือง
7) SicPama พัฒนาแพลตฟอร์มสั่งอาหารและชำระเงินพร้อมระบบ CRM สำหรับธุรกิจร้านอาหาร
8) Kresko RNAtech ประยุกต์ AI และเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อพัฒนาสารอาหารจาก RNA สำหรับผลิตภัณฑ์สุขภาพ
9) Agrifreeze พัฒนาเทคโนโลยีแช่แข็งด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อรักษาคุณภาพอาหาร
โดยทั้ง 9 ทีม แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ FoodTech ที่มุ่งตอบโจทย์ สุขภาพ ความยั่งยืน การลดของเสีย ประสิทธิภาพการผลิต และการยกระดับธุรกิจด้วยเทคโนโลยี พร้อมต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าและการเติบโตในประเทศไทยและระดับนานาชาติ
SPACE-F ดำเนินโครงการต่อเนื่องมาแล้ว 6 ปี สนับสนุนสตาร์ตอัปมากกว่า 100 ราย จาก 18 ประเทศ และสร้างมูลค่าการระดมทุนรวมกว่า 5,100 ล้านบาท ขณะที่ SPACE-F Batch 7 มีผู้สมัครสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 204 ทีม จาก 57 ประเทศ สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลาง FoodTech ที่กำลังได้รับความสนใจจากนานาชาติ ในการก้าวขึ้นเป็นแพลตฟอร์มสำคัญด้าน FoodTech ของภูมิภาคเอเชีย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จีนดัน “Quantum Technology” ขึ้นแท่นยุทธศาสตร์ปี 2573 เดินหน้าควบคู่ AI-ชิป-Cybersecurity
รัฐบาลจีนประกาศแผนพัฒนาอุตสาหกรรมไซเบอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศในช่วงปี 2569-2573 โดยยกให้ “เทคโนโลยีควอนตัม” เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีแนวหน้าที่ต้องเร่งพัฒนาอย่างเต็มกำลัง ควบคู่ไปกับ AI ชิปประสิทธิภาพสูง ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และเทคโนโลยีเกิดใหม่อีกหลายด้าน


