
เศรษฐกิจ - การลงทุน
จีนดัน “Quantum Technology” ขึ้นแท่นยุทธศาสตร์ปี 2573 เดินหน้าควบคู่ AI-ชิป-Cybersecurity
26 สิงหาคม 2569
รัฐบาลจีนประกาศแผนพัฒนาอุตสาหกรรมไซเบอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศในช่วงปี 2569-2573 โดยยกให้ “เทคโนโลยีควอนตัม” เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีแนวหน้าที่ต้องเร่งพัฒนาอย่างเต็มกำลัง ควบคู่ไปกับ AI ชิปประสิทธิภาพสูง ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และเทคโนโลยีเกิดใหม่อีกหลายด้าน
⚫️ “เทคโนโลยีควอนตัม” คือหนึ่งในหมุดหมายสำคัญ
แผนดังกล่าวจัดทำโดยคณะกรรมาธิการกิจการไซเบอร์สเปซกลางของจีน (Central Cyberspace Affairs Commission) ครอบคลุมแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไซเบอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการยกระดับความสามารถด้านนวัตกรรมและสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทเทคโนโลยีภายในประเทศ
หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือ การระบุให้ Quantum Technology เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีแนวหน้าที่จีนต้องการผลักดัน ร่วมกับ Blockchain, Brain-Computer Interface (BCI), Digital Twin และเทคโนโลยีจอแสดงผลยุคใหม่
⚫️ จีนมอง ควอนตัม-AI-ชิป-Cybersecurity เป็น "ระบบนิเวศทางเทคโนโลยี" ที่เชื่อมต่อกัน
การที่จีนวางเทคโนโลยีหลายแขนงไว้ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์เดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลมองเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเรื่องเดียวกัน ไม่แยกส่วนกันพัฒนา ทั้ง Quantum, AI, Advanced Chips และ Cybersecurity ล้วนเป็นเทคโนโลยีที่มีความเกี่ยวข้องกันในระดับโครงสร้าง
ชิปประสิทธิภาพสูงเป็นพื้นฐานสำคัญของการประมวลผลขั้นสูง ขณะที่ AI ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลและชิปที่มีประสิทธิภาพ ส่วนเทคโนโลยีควอนตัมก็อาจเข้ามาเปลี่ยนแปลงความสามารถด้านการประมวลผล การสื่อสาร และการเข้ารหัสในอนาคต
เมื่อเทคโนโลยีเหล่านี้ถูกพัฒนาไปพร้อมกัน จึงไม่ได้เป็นเพียงการสร้าง “เทคโนโลยีใหม่” แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมโยงกันตั้งแต่ระดับฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงความมั่นคงของประเทศ
⚫️ จาก “งานวิจัย” สู่ “ธุรกิจ” คืออีกเป้าหมายสำคัญ
ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนลงทุนอย่างหนักในด้านวิทยาศาสตร์ควอนตัม ผ่านทั้งมหาวิทยาลัย ห้องปฏิบัติการระดับชาติ และบริษัทเทคโนโลยี โดยครอบคลุมทั้ง Quantum Computing, Quantum Communication และ Quantum Sensing ซึ่งจีนต้องการผลักดันให้เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถนำไปใช้งานในเชิงพาณิชย์ได้มากขึ้น
แผนฉบับใหม่ให้ความสำคัญกับการนำผลงานวิจัยไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และการใช้งานจริง พร้อมสนับสนุนบริษัทเทคโนโลยีหลายระดับ ตั้งแต่บริษัทขนาดใหญ่ที่สามารถสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรม บริษัทที่เป็นผู้นำในเทคโนโลยีเฉพาะทาง ไปจนถึงบริษัทนวัตกรรมที่กำลังเติบโต
แนวทางนี้อาจเปิดโอกาสให้บริษัทด้านควอนตัมในจีนได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติม และช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านจาก “เทคโนโลยีที่มีศักยภาพ” ไปสู่ “เทคโนโลยีที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ”
⚫️ เทคโนโลยีเดินหน้าควบคู่กับการควบคุม
อีกด้านหนึ่งของแผนคือการพัฒนาเทคโนโลยีจะเดินควบคู่กับการกำกับดูแลที่เข้มข้นขึ้น
บริษัทต่าง ๆ ถูกกำหนดให้ยกระดับระบบจัดการความเสี่ยง การตรวจจับและติดตามภัยคุกคาม การรับมือเหตุฉุกเฉิน รวมถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการบริหารจัดการอัลกอริทึม
ขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนยังต้องการป้องกันการนำ AI ไปใช้ในลักษณะที่อาจสร้างอันตรายต่อผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตหรือแรงงาน รวมถึงจัดการกับพฤติกรรมผูกขาดและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในอุตสาหกรรมสำคัญ
แผนระยะ 5 ปีฉบับนี้จึงมีความน่าสนใจตรงที่จีนไม่ได้มองเทคโนโลยีแต่ละประเภทเป็นเรื่องแยกจากกัน แต่กำลังพยายามสร้าง “ระบบนิเวศเทคโนโลยีภายในประเทศ” ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีต่างๆ เข้าด้วยกัน
เป้าหมายไม่ได้มีเพียงการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ แต่ยังรวมถึงการสร้างบริษัทที่สามารถแข่งขันในระดับโลก และเร่งเปลี่ยนผลงานวิจัยให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์หรือธุรกิจได้จริง
สะท้อนให้เห็นถึงความทะเยอทะยานที่แน่วแน่ในการก้าวไปสู่ "การพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยี" (Technological Self-reliance) โดยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหล่านี้จะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดความได้เปรียบทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ของจีนในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

NIA ผนึกพันธมิตรอุตสาหกรรมอาหาร เปิด SPACE-F Batch 7 ดัน FoodTech สู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของไทย
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จับมือสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA พร้อมพันธมิตรระดับแนวหน้าของวงการอุตสาหกรรมอาหารและสถาบันการศึกษา ได้แก่ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มหาวิทยาลัยมหิดล บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด และ Foodland Ventures จากไต้หวัน

