
ธุรกิจไอที
T-NET ดึงองค์ความรู้จากต่างแดน สู่ภารกิจสร้างความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของไทย
21 กันยายน 2569
ทุกวันนี้ ข้อมูลและระบบดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตของเรามากขึ้น ตั้งแต่การทำธุรกรรมทางการเงิน การรักษาพยาบาล ไปจนถึงการให้บริการของหน่วยงานรัฐ หากระบบเหล่านี้ถูกโจมตี ไม่เพียงแต่ธุรกิจจะได้รับความเสียหาย แต่ยังอาจกระทบต่อชีวิตประจำวันและความเชื่อมั่นของประชาชนด้วย
นี่จึงเป็นเหตุผลที่การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือ Cybersecurity กลายเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ นอกจากจะใช้ป้องกันคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลรั่วไหลแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความสามารถในการดูแลระบบสำคัญของประเทศอีกด้วย
หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีไทยที่เข้ามามีบทบาทในด้านนี้ คือ บริษัท ที-เน็ต จำกัด หรือ T-NET บริษัทที่ก่อตั้งขึ้นจากความตั้งใจที่จะนำความรู้ด้านเทคโนโลยีและ Cybersecurity มาพัฒนาต่อยอดในประเทศ พร้อมสร้างคนไทยให้มีความรู้และความสามารถในการรับมือกับภัยคุกคามทางดิจิทัล
จากความรู้ต่างแดน สู่ความตั้งใจที่จะนำ “ความรู้กลับมาพัฒนาเทคโนโลยีไทย”
เรื่องราวของ T-Net เริ่มต้นจากการนำองค์ความรู้และผลงานวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และศูนย์ประสานงานการรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ThaiCERT) มาต่อยอดสู่การพัฒนาธุรกิจบริการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบเครือข่ายสารสนเทศ หรือ IT Security อย่างครบวงจร
เบื้องหลังจุดเริ่มต้นนี้ คือวิสัยทัศน์ของ ดร.โกเมน พิบูลย์โรจน์ อดีตนักวิจัย NECTEC ผู้ตัดสินใจก้าวออกจากเส้นทางที่มั่นคงในงานวิจัย เพื่อก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีขั้นสูง และนำประสบการณ์จากการลงมือทำจริงมาถ่ายทอดเป็นบทเรียนบนเส้นทางธุรกิจ
ดร.โกเมน พิบูลย์โรจน์ กับมุมมองธุรกิจที่ไม่ยึดติดกับกรอบเดิม
“เราเจริญเติบโตไปพร้อมความเสี่ยงและลดความเสี่ยงให้คนอื่นมาตลอด”
และมองความเสี่ยงอย่างท้าทายว่า “บริษัทจะไม่ประสบความสำเร็จ หรือ มีปัญหาอย่างไร เราก็เริ่มใหม่ได้ เพราะทุกปัญหามีองค์ความรู้ใหม่เกิดขึ้นเสมอ...มันไม่มี nothing to lose”
เบื้องหลังแนวคิดที่ท้าทายนี้ คือประสบการณ์ของผู้ก่อตั้งบริษัท ที-เน็ต จำกัด ผู้ที่เคยได้รับทุนการศึกษาไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น และนำความรู้ที่ได้กลับมาต่อยอดเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศไทย
การไปศึกษาต่อในครั้งนั้นไม่ได้มอบเพียงความรู้ แต่ยังเปิดมุมมองให้เห็นว่า การพัฒนาเทคโนโลยีให้เกิดผลจริงจำเป็นต้องอาศัยหลายองค์ประกอบร่วมกัน ตั้งแต่งานวิจัย การสร้างบุคลากร ไปจนถึงการนำองค์ความรู้มาใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง
หลังจากนั้น ดร.โกเมนจึงเลือกนำความรู้และประสบการณ์กลับมาพัฒนาต่อในประเทศไทย ด้วยความเชื่อว่า “ความรู้จะมีคุณค่ามากขึ้น เมื่อถูกนำไปใช้สร้างเทคโนโลยีและแก้ปัญหาให้กับคนในประเทศได้จริง”
แนวคิดนี้จึงกลายเป็นรากฐานสำคัญของ T-NET บริษัทที่มุ่งนำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีมาต่อยอดเป็นบริการและโซลูชันที่ใช้งานได้จริง
T-NET กับภารกิจดูแลความปลอดภัยไซเบอร์ของไทย
T-NET ให้บริการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์แก่หน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ตั้งแต่การให้คำปรึกษา ตรวจสอบความเสี่ยงของระบบ ทดสอบว่าระบบมีช่องโหว่หรือไม่ ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะกับการใช้งานของแต่ละองค์กร
พูดง่าย ๆ คือ ช่วยให้องค์กรรู้ว่า ระบบของตัวเองมีความเสี่ยงตรงไหน ต้องป้องกันอะไร และควรเตรียมพร้อมอย่างไรหากเกิดการโจมตีทางไซเบอร์
อีกส่วนที่น่าสนใจคือ บุคลากรบางส่วนของ T-NET มีพื้นฐานมาจากทีมนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญของ ThaiCERT ซึ่งมีประสบการณ์ในการรับมือกับเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ในระดับประเทศ
ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยต่อยอดความรู้ด้าน Cybersecurity ให้เกิดขึ้นในภาคธุรกิจ และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ภายในประเทศไทย
ไม่ใช่แค่ซื้อเทคโนโลยีจากต่างชาติ แต่ต้องสร้างให้คนไทยมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง
การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ในวันนี้เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ภัยคุกคามใหม่ ๆ เกิดขึ้นได้ทุกวัน และผู้โจมตีก็มีวิธีการที่ซับซ้อนมากขึ้น
ดังนั้น การที่ประเทศมีเพียงเครื่องมือหรือซอฟต์แวร์จากต่างประเทศอาจไม่เพียงพอ เพราะเมื่อเกิดปัญหา สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่มีเครื่องมืออยู่ในมือ แต่ต้องมีคนที่เข้าใจระบบ สามารถตรวจสอบ วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาได้ด้วย
นี่จึงเป็นเหตุผลที่การพัฒนาคนและสร้างองค์ความรู้ในประเทศมีความสำคัญไม่แพ้การพัฒนาเทคโนโลยี สำหรับ T-NET เป้าหมายจึงไม่ได้มีแค่การนำเทคโนโลยีมาให้บริการ แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร การนำงานวิจัยมาต่อยอด และการสร้างเทคโนโลยีที่คนไทยเข้าใจ ดูแล และพัฒนาต่อได้ด้วยตัวเอง
“ความมั่นคงทางไซเบอร์” เริ่มต้นจากการสร้างความสามารถของคนไทย
เมื่อระบบดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทั้งเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันมากขึ้น การมีความรู้และความสามารถในการดูแลระบบเหล่านี้ จึงเป็นเรื่องที่ไทยต้องให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ
เรื่องราวของ T-NET แสดงให้เห็นว่า ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมา สามารถนำกลับมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทย ทั้งการสร้างธุรกิจ พัฒนาคน และสร้างเทคโนโลยีที่นำไปใช้งานได้จริง
เพราะภัยคุกคามทางไซเบอร์เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ประเทศไทยจึงอาจไม่สามารถพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ และบริษัทเทคโนโลยีของไทยที่สามารถเข้ามาช่วยรับมือกับปัญหาได้
T-NET จึงไม่ได้เป็นเพียงบริษัท Cybersecurity สัญชาติไทย แต่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างคนและพัฒนาเทคโนโลยีของไทย เพื่อให้ประเทศมีความพร้อมและสามารถดูแลความปลอดภัยทางดิจิทัลของตัวเองได้มากขึ้น
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมื่อ AI เริ่มเข้าไปอยู่ในระบบสงคราม สหรัฐฯและจีนจะคุมความเสี่ยงยังไง?
เมื่อ AI ก้าวเข้ามามีบทบาทมากขึ้นทั้งในระบบเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความมั่นคงเทคโนโลยีนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่ง พื้นที่ของการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีน ทั้งในด้านการพัฒนาขีดความสามารถ และการนำ AI ไปใช้ในระบบที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศ


