
ภาพจำของ “เกษตรกรไทย” คือการทำงานที่ต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญเป็นหลักเท่านั้น
แต่เกษตรยุคใหม่วันนี้กำลังเปลี่ยนไปจากการเติบโตของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในทุกวัน ที่ไม่ได้มีแค่เรื่องการใช้แรงงานหนัก และประสบการณ์เก่าอย่างเดียวแล้ว แต่เป็นเรื่องของการวางแผนใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า และรับมือความเสี่ยงได้ดีขึ้นกว่าที่เคย
ไม่ว่าจะอยู่ในอาชีพไหนก็ “ต้องปรับตัวให้ไว” ในยุคนี้
ความจริงที่เกษตรกรทุกคนเจอ คือเรื่องของ สภาพอากาศที่ผันผวน ต้นทุนปุ๋ย และแรงงานที่สูงขึ้น รวมถึงราคาผลผลิตที่ขึ้นผันผวนตลอดเวลา บางช่วงขายได้ราคา บางช่วงราคาตกจนแทบไม่คุ้มทุน กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้การทำเกษตรแบบเดิมที่พึ่งการคาดเดา และประสบการณ์อย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป และนั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในตอนนี้
เรียนรู้-ปรับตัว-วางแผน-ใช้เทคโนโลยี
ซึ่งตอนนี้การทำเกษตรก็เริ่มถูกส่งต่อมาถึงคนรุ่นใหม่บ้างแล้ว ทำให้เราได้เห็นการปรับใช้ที่ทันสมัยมากขึ้น ที่แทบจะลบภาพจำการเป็นเกษตรกรแบบเดิมๆไปเลย โดยเปลี่ยนจากคาดเดาด้วยประสบการณ์แบบ 100% ปรับมาเป็นใช้ข้อมูลช่วยบริหารจัดการมากขึ้น
บางพื้นที่ก็เริ่มใช้โดรนช่วยสำรวจแปลงหรือพ่นปุ๋ยพ่นยา การใช้เซนเซอร์หรืออุปกรณ์ IoT ช่วยติดตามข้อมูลสำคัญอย่างความชื้นดิน อุณหภูมิ หรือสภาพแวดล้อม ทำให้เกษตรกรรู้ว่าควรทำต่อไป ต้องทำเมื่อไหร่ถึงจะดี มากกว่าการทำตามความรู้สึกเพียงอย่างเดียว ซึ่งช่วยลดเวลาการทำงาน การใช้แรงงานคน และทำงานได้อย่างสม่ำเสมอมากขึ้น แต่ก็มีอีกหลายคนที่ยังขาดความรู้ และต้นทุนในการนำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้อยู่เช่นกัน
โอกาสของเกษตรกรจากการสนันสนุนของหน่วยงานรัฐ
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือว่า ดีป้า มองเห็นถึงศักยภาพของเกษตรไทย จึงเปิดโครงการที่จะเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพของเกษตรกรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นผ่านโครงการ “1 ตำบล 1 ดิจิทัล”
โดยช่วยให้ชุมชนมีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้ เครื่องมือ และแนวทางการใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นระบบพูดง่าย ๆ คืออุดรอยรั่วของปัญหาด้วยกระบวนการ เพราะปัญหาจริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่เกษตรกรเมินการใช้เทคโนโลยี แต่แค่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ไม่มีคนช่วยสอน รวมถึงยังกังวลเรื่องต้นทุนและความคุ้มค่า
ซึ่งโครงการนี้จะมีทั้งการสอนออนไลน์และลงสนามจริง เพื่อเร่งปั้น 250 กลุ่มเกษตรกรต้นแบบและ 50 ธุรกิจเทคโนโลยีเกษตร เพื่อให้ชุมชนเข้าถึงเครื่องมือทำกินในระบบดิจิทัลได้อย่างครอบคลุม
โดยตอนนี้ได้เริ่มโครงการไปบ้างแล้ว อาทิ โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (ชุมชนโดรนใจ) และ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (OTOD ทุเรียนดิจิทัล) ที่จะทำให้เกษตรกรสามารถลงมือทำได้เอง และต่อยอดในอาชีพท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในตอนนี้ ที่จะทำให้เกษตรไทยแข็งแกร่งขึ้นทั้งด้านรายได้ และคุณภาพในระยะยาว
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน
หลายคนใช้ AI เป็นมากกว่าเป็นเครื่องมือช่วยทำงาน ทั้งขอคำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ ระบายความรู้สึก หรือบันทึกความคิดคล้ายๆไดอารี่ เพราะ AI พร้อมรับฟังและตอบกลับโดยไม่แสดงท่าทีตัดสิน แม้เราจะรู้สึกว่า AI เป็น “พื้นที่ส่วนตัว” แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป?

แชทกับ AI ยังเป็นความลับอยู่ไหม? เมื่อระบายกับ AI แต่ตำรวจบุกมาจับถึงบ้าน

รัฐจับมือ IMF-World Bank เปิดแผน “Bangkok Blueprint” ปกป้องระบบการเงินจากภัยไซเบอร์
