
รัฐบาลเดินหน้าปรับระบบรับมือน้ำท่วมและภัยแล้ง โดยเปลี่ยนจากการรอแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุ มาเป็นการประเมินความเสี่ยงและเตรียมพร้อมล่วงหน้า ผ่านการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยวางแผน
โดยจัดตั้งคณะกรรมการรับมืออุทกภัยและภัยแล้งระดับภูมิภาค 5 คณะ ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ เพื่อเชื่อมการทำงานระหว่างส่วนกลาง จังหวัด ท้องถิ่น หน่วยงานพลเรือน และทหารให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
พร้อมมอบหมายให้ GISTDA และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จัดทำแผนที่ความเสี่ยงน้ำท่วมและภัยแล้ง หรือ Risk Map ลงลึกถึงระดับตำบลและหมู่บ้าน เพื่อระบุพื้นที่เสี่ยง จุดที่ต้องเฝ้าระวัง รวมถึงกลุ่มประชาชนที่ต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นพิเศษ
ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เตรียมเครื่องมือ ระบบบริหารจัดการน้ำ พื้นที่เกษตร และแผนช่วยเหลือประชาชนก่อนเกิดภัยจริง โดยให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ
ขณะเดียวกัน ภาคกลางจะถูกใช้เป็นพื้นที่ต้นแบบ เนื่องจากเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญและเผชิญทั้งปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง โดยกำหนดแนวทางทำงานตั้งแต่การป้องกันก่อนเกิดภัย การรับมือระหว่างเกิดเหตุ การฟื้นฟูเยียวยา ไปจนถึงการสื่อสารและสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน
พร้อมจัดทำ Checklist มาตรฐานให้ 17 จังหวัดภาคกลางและกรุงเทพฯ ใช้ตรวจสอบความพร้อมก่อนเข้าสู่ภาวะวิกฤต ขณะที่ประจวบคีรีขันธ์จะเป็นพื้นที่ต้นแบบด้านการรับมือภัยแล้งภาคเกษตร และพระนครศรีอยุธยาเป็นต้นแบบด้านการจัดการน้ำท่วม ก่อนขยายผลทั่วประเทศ
ที่มา : รัฐบาลไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐเร่งปิดช่องโหว่ไซเบอร์ สั่ง 300 หน่วยงานเปลี่ยนรหัสผ่าน ตรวจ 3 หมื่นระบบภายใน 15 วัน
รัฐบาลเร่งยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ของหน่วยงานภาครัฐ หลังพบความเสี่ยงจากบัญชีผู้ใช้งานและระบบไอที ที่อาจเปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดีเข้าถึงข้อมูล


