
ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา หลายคนอาจเห็นข่าวตำรวจจับคนร้ายตามหมายจับได้ แม้จะอยู่ท่ามกลางฝูงชนจำนวนมากที่ออกมาเล่นน้ำกันเต็มถนน จนเกิดคำถามว่าคนเยอะขนาดนั้น เขาจับคนร้ายได้ยังไง? จริงๆแล้ว มันเป็นการทำงานร่วมกันหลายระบบ โดยมี Mobile CCOC หรือรถปฏิบัติการสั่งการและควบคุมเคลื่อนที่ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของการประสานงาน ทำให้แม้ช่วงสงกรานต์ที่คนมหาศาล ก็สามารถจับกุมได้อย่างแม่นยำ
Tech Movement จะพาส่องฟังก์ชันของรถ Mobile CCOC ว่าทำอะไรได้บ้าง?
Mobile CCOC ถูกออกแบบมาเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยว ที่มีทั้งระบบรับแจ้งเหตุ และประชาสัมพันธ์ให้กับนักท่องเที่ยว บนตัวรถจะมีเจ้าหน้าที่คอยมอนิเตอร์หน้าจออยู่ เมื่อมีนักท่องเที่ยวกดปุ่ม SOS ผ่านแอปฯ Thailand Tourist Police (TPB-APP) หรือโทรเข้าศูนย์สายด่วน 1155 ระบบจะส่งข้อมูลเข้าศูนย์ตำรวจท่องเที่ยวทันที
และถ้าตรวจพบว่าจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้รถ Mobile CCOC ระบบก็จะส่งการแจ้งเตือนขึ้นมาที่หน้าจอในรถโดยตรง ทำให้เจ้าหน้าที่เห็นพิกัดและสามารถประสานกำลังเข้าไปช่วยเหลือได้รวดเร็วขึ้น
ส่วนระบบกล้องที่ติดอยู่ทั้งบนรถ และเชื่อมกับกล้องวงจรปิดรอบพื้นที่ จะใช้ AI สแกนใบหน้าตรวจหาคนที่มีหมายจับ ประวัติเข้าข่ายอาชญากรรม หรือมิจฉาชีพแบบเรียลไทม์ โดยใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลกลางของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นอกจากนี้ ยังใช้ตามหาคนหายจากข้อมูลและลักษณะที่มีคนมาแจ้งไว้กับเจ้าหน้าที่อีกด้วย
ซึ่งตอนนี้ Mobile CCOC มีทั้งหมด 11 คัน และช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา มีการนำไปใช้ในพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีคนจำนวนมากอย่างสีลม ถนนข้าวสาร ต่างจังหวัด มีเชียงใหม่ ขอนแก่น พัทยา ภูเก็ต และตั้งแต่ช่วงวันที่ 25 มี.ค. - 15 เม.ย.69 ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้คนหนาแน่นแทบทุกพื้นที่ ตำรวจท่องเที่ยวใช้กล้อง AI จับผู้ต้องหาที่มีหมายจับได้กว่า 63 ราย
ถือเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพิ่มความเป็นระบบและรวดเร็วในการติดตามเหตุ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่มีคนจำนวนมาก ทำให้ตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินเร็วขึ้น
ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ว่าเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จะมีระบบสนับสนุนที่ช่วยให้ประสานงานและเข้าช่วยเหลือได้เร็วและมีประสิทธิภาพ


