AI Token เท่ากับ ทองคำ น้ำมัน ในยุค AI
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

AI Token เท่ากับ ทองคำ + น้ำมัน ในยุค AI ?

Clock Icon

29 พฤษภาคม 2569

AI Token สินค้าโภคภัณฑ์ยุคใหม่ ที่กำลังท้าทายบทบาททองคำและน้ำมัน?

หากย้อนมองประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลก ทองคำ ถ่านหิน และน้ำมัน คือทรัพยากรที่ขับเคลื่อนมนุษยชาติ

แต่ในยุค AI ทรัพยากรที่ทรงพลังที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่จับต้องได้อีกต่อไป เพราะ “AI Token” กำลังถูกยกระดับให้เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ใหม่ ที่ซื้อขายได้ไม่ต่างจากทองคำหรือน้ำมัน

และสัญญาณเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อจีนกำลังเดินหน้าออกแบบตลาดซื้อขายล่วงหน้า (Futures Contract) สำหรับ AI Token โดยเฉพาะ ผ่านตลาด Shanghai Futures Exchange 

ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ ทั้ง CME Group และเจ้าของตลาดหุ้น NYSE ก็ประกาศแผนเปิด Futures Contract สำหรับการเช่า GPU เช่นกัน

นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ “พลังประมวลผล AI” กำลังถูกปฏิบัติในฐานะทรัพยากรระดับโลก และอาจกำลังเปลี่ยนโฉมระบบเศรษฐกิจครั้งใหญ่ไปตลอดกาล

⚫️แล้ว AI Token คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

Token คือหน่วยที่ AI ใช้ในการประมวลผล ทุกครั้งที่เราพิมพ์ถาม สั่งงาน หรือให้ AI สร้างคอนเทนต์ ระบบจะคำนวณออกมาเป็นจำนวน Token

วันนี้บริษัทเทคโนโลยีอย่าง OpenAI และ Amazon เริ่มคิดค่าบริการตามจำนวน Token ที่ใช้งานจริง ทำให้ “AI Token” กำลังกลายเป็นต้นทุนสำคัญของโลก AI

และเบื้องหลัง Token เหล่านี้ คือการแข่งขันของตลาด GPU เพราะยิ่งคนใช้ AI มากเท่าไร ความต้องการ GPU ที่อยู่เบื้องหลังการประมวลผลก็ยิ่งสูงขึ้น จนราคาเช่า GPU ระดับสูงอย่าง Nvidia H100 และ H200 พุ่งขึ้นต่อเนื่อง อยู่ที่ประมาณ 2.34–5 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง 

⚫️เม็ดเงินที่กำลังสร้างมูลค่ามหาศาล?

ทั้งหมดนี้กำลังเกิดขึ้นท่ามกลางเม็ดเงินมหาศาลที่ไหลเข้าสู่ AI Infrastructure ไม่ว่าจะเป็น Cloud Provider, กองทุน Private Equity หรือบริษัทด้าน Data Center ต่างเร่งลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับ AI กันทั่วโลก

เพราะหลายฝ่ายเชื่อว่า ความต้องการ GPU และพลังประมวลผลจะเพิ่มขึ้นอีกมหาศาลในอนาคต

ขณะเดียวกัน บริษัทคลาวด์ยุคใหม่ที่ให้บริการ GPU และพลังประมวลผลสำหรับ AI โดยเฉพาะ ก็เริ่มเข้ามาแข่งขันในตลาดมากขึ้น บางรายโฟกัสด้านการรัน AI โดยเฉพาะ ขณะที่บางรายกำลังท้าชนยักษ์ใหญ่อย่าง AWS, Oracle และ Google Cloud

และหากตลาดซื้อขายล่วงหน้าสำหรับ AI Token ของเซี่ยงไฮ้เกิดขึ้นจริง ราคาซื้อขายจะอิงกับค่าบริการ AI ที่บริษัทเทคโนโลยีกำหนด

ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจ นักลงทุน และผู้ดูแล Data Center สามารถวางแผนและบริหารต้นทุนด้านพลังประมวลผล AI ได้ง่ายขึ้น ไม่ต่างจากการบริหารต้นทุนพลังงานหรือน้ำมันในปัจจุบัน

⚫️แล้วสิ่งนี้จะกระทบกับเราอย่างไร?

วันนี้การใช้ AI ยังดูเหมือนบริการรายเดือนทั่วไป แต่หาก AI Token กลายเป็นทรัพยากรที่มีราคาตลาดชัดเจนขึ้นในอนาคต ต้นทุนการใช้ AI ก็อาจเริ่มผันผวนตามความต้องการของโลก

นั่นทำให้หลายฝ่ายเริ่มจับตาว่า ค่าบริการ AI ในอนาคตอาจไม่ได้คงที่เหมือนทุกวันนี้ และธุรกิจที่พึ่งพา AI อาจต้องเริ่มบริหาร “ต้นทุน AI” อย่างจริงจังมากขึ้น

ที่มา : TechCrunch

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำไม_Google_ถึงถอย_เมื่อเปิด_AI_สร้างภาพบน_Google_Earth_ได้ไม่ถึง_24_ชั่วโมง_ก็ต้องปิดฟีเจอร์ซะงั้น
ต่างประเทศธุรกิจไอที

ทำไม Google ถึงถอย! เมื่อเปิด AI สร้างภาพบน Google Earth ได้ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก็ต้องปิดฟีเจอร์ซะงั้น

สาเหตุมาจาก ที่เริ่มมีผู้ใช้นำเครื่องมือนี้ถูกนำไปสร้าง "ภาพปลอม" ของสถานที่จริง จนเสี่ยงทำให้คนเข้าใจผิด และอาจถูกแชร์ต่อบนโซเชียลว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ฟีเจอร์ใหม่นี้ใช้โมเดล AI Nano Banana 2 ที่ให้ผู้ใช้พิมพ์คำสั่งหรือ Prompt เพื่อสร้างภาพเสมือนจริง

clock2 ชั่วโมงที่แล้ว
AI_อาจเป็นเทรนด์_แต่_Data_Center_โครงสร้างพื้นฐาน_ที่ทำให้โลกยุคใหม่เดินหน้าต่อได้

AI อาจเป็นเทรนด์? แต่ Data Center = โครงสร้างพื้นฐาน ที่ทำให้โลกยุคใหม่เดินหน้าต่อได้

clock5 วันที่แล้ว
AI_ยิ่งฉลาด_โลกยิ่งต้องใช้ไฟ_เมื่อ_Data_Center_กลายเป็นผู้ใช้พลังงานรายใหญ่แห่งอนาคต
ต่างประเทศธุรกิจไอที

AI ยิ่งฉลาด โลกยิ่งต้องใช้ไฟ! เมื่อ Data Center กลายเป็นผู้ใช้พลังงานรายใหญ่แห่งอนาคต

clock5 วันที่แล้ว