
สังคม
สายยิงแอดต้องรู้! สรุปมาตรการใหม่ “ยืนยันตัวตนก่อนลงโฆษณา” ดักมิจฉาชีพยิงแอดข้ามชาติ
11 พฤษภาคม 2569
ตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย.69 ใครจะยิงแอดใน Facebook, Google, YouTube, TikTok เพื่อเข้าถึงคนไทย ต้องยืนยันตัวตนก่อน ไม่ว่าคนยิงจะเป็นคนไทย บริษัทต่างชาติ หรืออยู่ประเทศไหนของโลกก็ตาม
ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) ของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) เพื่อคุมโฆษณาบนโซเชียลมีเดียให้เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะพวกโฆษณาหลอกลงทุน หลอกขายของ หรือบัญชีมิจฉาชีพที่ยิงแอดเข้ามาหลอกคนไทยผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ
โดยบังคับให้แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เปิดให้ซื้อโฆษณาแบบเสียเงิน จะต้องตรวจสอบและยืนยันตัวตนของคนยิงแอดก่อนทุกครั้ง ถึงจะลงโฆษณาได้ ยกเว้นเคสที่เคยยืนยันตัวตนไว้แล้วภายใน 1 ปีที่ผ่านมา
ส่องขั้นตอนยืนยันตัวตน ที่สายยิงแอดต้องรู้
ทำได้ 2 วิธี คือ สแกนใบหน้าคู่กับบัตรประชาชน หรือใช้ระบบ Digital ID ที่ได้รับการรับรอง เพื่อให้รู้ว่าใครคือคนอยู่เบื้องหลังโฆษณานั้นจริงๆ และต่อให้โฆษณาจบไปแล้ว แพลตฟอร์มก็ยังต้องเก็บข้อมูลของคนยิงแอด และคนที่จ่ายเงินค่าโฆษณาไว้ต่ออีกอย่างน้อย 90 วัน เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่า โฆษณานั้นมาจากใคร ถ้าเกิดมีปัญหา หลอกลงทุน หลอกขายของ หรือโกงคน จะทำให้ตามตัวคนที่อยู่เบื้องหลังโฆษณานั้นได้ง่ายขึ้น
สกัดปัญหาการยิงแอดข้ามชาติมาหลอกคนไทย?
การยิงแอดจากต่างประเทศ เป็นอีกช่องทางที่มิจฉาชีพใช้หลอกคนไทยในช่วงที่ผ่านมา เห็นได้ชัดจากกรณีโฆษณา “สมชาย แซ่ตั้ง” ที่มิจฉาชีพใช้ AI ทำ Deepfake ชวนหลอกลงทุน ที่ถูกพูดถึงในสังคมช่วงเดือน มี.ค.69 ที่ผ่านมา ที่พบว่าผู้ลงโฆษณาอยู่ที่ประเทศคีร์กีซสถาน
ซึ่งการที่คนร้ายอยู่นอกประเทศทำให้ตามตัวได้ยาก นอกจากนี้มิจฉาชีพยังใช้ทั้งเซิร์ฟเวอร์ บัญชี และระบบจากหลายประเทศ รวมถึงใช้ VPN หรือ Proxy เพื่อซ่อนตำแหน่งจริง เปลี่ยน IP ไปเรื่อยๆ ทำให้ตรวจสอบและตามจับได้ยากกว่าเดิม
ถ้ามิจฉาชีพอยู่ต่างประเทศ กฎหมายนี้จะเอาอยู่ไหม ?
กฎหมายดูที่ผู้ชมโฆษณา ว่าอยู่ที่ไหนเป็นหลัก แปลว่าต่อให้จะอยู่อีกซีกโลก แต่ถ้าตั้งค่าโฆษณาให้แสดงกับคนในประเทศไทย แพลตฟอร์มก็ต้องบังคับให้คนลงโฆษณายืนยันตัวตนก่อนทุกครั้ง
และต่อให้ใช้บัญชีคนประเทศอื่น ระบบสามารถให้ยืนยันตัวตนด้วยพาสปอร์ต หรือเอกสารบริษัทจากต่างประเทศได้เช่นกัน พูดง่ายๆ คือแพลตฟอร์มต้องรู้ให้ได้ว่าใครคือเจ้าของโฆษณาตัวจริง
ถ้าแพลตฟอร์มปล่อยให้โฆษณาหลอกลวงจากต่างประเทศเข้ามาแสดงผลในไทย ทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจสอบหรือยืนยันตัวตน ของผู้ลงโฆษณาให้เรียบร้อย แพลตฟอร์มเองก็อาจมีความผิดตามกฎหมายไทยทันที
มาตรการนี้จึงเป็นการยกระดับมาตรฐานโฆษณาออนไลน์ ให้โปร่งใส ตรวจสอบได้มากขึ้น รวมถึงช่วยลดช่องทางที่มิจฉาชีพใช้เข้ามาสร้างความเสียหายกับผู้บริโภคในไทยได้ตั้งแต่ต้นทาง
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

depa ปักหมุดชลบุรี ดัน OTOD #3 บุก EEC เร่งยกระดับภาคเกษตรไทย สู่ Smart Agriculture
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เดินหน้าขยายโครงการ OTOD #3 (One Tambon One Digital) สู่จังหวัดที่ 3 อย่าง ชลบุรี


