
ถ้าพูดถึง Freepik หลายคนอาจนึกถึงเว็บโหลดภาพ เวกเตอร์ ไอคอน ที่นักออกแบบใช้กันมานาน ล่าสุด Freepik ก็รีแบรนด์ครั้งใหญ่ เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “Magnific” สะท้อนทิศทางใหม่ของบริษัทที่กำลังลบภาพจำแพลตฟอร์มรวมคลังภาพหรือกราฟิกสำเร็จรูป เพื่ออัปเกรดเป็นแพลตฟอร์มที่สร้างผลงานได้ครบวงจรกว่าเดิม
การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของ Freepik สู่ Magnific
Freepik เริ่มต้นจากการตั้งตัวเองเป็น แพลตฟอร์มค้นหาและให้บริการภาพกราฟิกสำเร็จรูป แต่หลังจากกระแส Generative AI เข้ามา ก็เปลี่ยนวงการครีเอทีฟต้องปรับตัวอย่างหนัก รวมถึง Freepik ด้วย โดยเฉพาะหลังเข้าซื้อ Magnific ในเดือนพฤษภาคม 2024 ซึ่งเป็นเครื่องมือ AI สำหรับอัปสเกลและปรับปรุงภาพที่ได้รับความนิยมมาก เพื่อดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์
ลบภาพจำจากเว็บไซต์ Stock ภาพกราฟิก เป็นแพลตฟอร์มสร้างงานด้วย AI เต็มตัว
โจทย์ใหญ่ของรีแบรนด์ คือ ต้องการลบภาพจำต่อแบรนด์ในแบบเดิม ทำให้ Freepik ตัดสินใหญ่เปลี่ยนชื่อ ด้วยเหตุผล 4 ด้านที่น่าสนใจคือ
▪️ต้องการจัดระเบียบ Product ในเครือทั้งหมดใหม่
▪️ต้องการยกระดับเป็น AI Creative Platform แบบครบวงจร
▪️เตรียมพร้อมสำหรับการให้บริการในตลาดลูกค้าองค์กร
▪️ต้องการปรับวิสัยทัศน์องค์กรเพื่อเข้าสู่ยุค No-collar Economy
ซึ่งการเปลี่ยนชื่อแบรนด์ครั้งนี้ จึงเป็นเหมือนการรวมการใช้งานทั้งหมดเข้าด้วยกัน เพื่อประกาศให้ชัดเจนว่าบริษัทต้องการเป็นแพลตฟอร์ม AI Creative อย่างเต็มรูปแบบนั่นเอง
ผู้ใช้งานได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้?
การเปลี่ยนแปลงของครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มความสามารถหลายด้านไว้ด้วยกัน เช่น การสร้างวิดีโอระดับ 4K พร้อมเสียง, เทคโนโลยีอัปสเกลภาพ, มีพื้นที่ทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์, เครื่องมือ 3D และ Virtual Scene รวมถึงคลัง Creative Assets มากกว่า 250 ล้านรายการ
รีแบรนด์ครั้งนี้สะท้อนอะไรในวงการครีเอทีฟ?
นี่คือการเคลื่อนไหวที่ชี้ให้เห็นว่า ตลาดครีเอทีฟก็กำลังเปลี่ยนทิศทางธุรกิจให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ ที่ครีเอเตอร์ นักการตลาด แบรนด์ และองค์กรต่าง ๆ ต้องผลิตคอนเทนต์จำนวนมากขึ้น เร็วขึ้น เฉพาะเจาะจง เพราะคนทำงานส่วนใหญ่ในยุคนี้ไม่ได้ต้องการแค่ไฟล์ภาพสำเร็จรูปอีกต่อไป แต่ต้องการเครื่องมือที่เข้ามาช่วยลดช่องว่างในการทำงานได้มากขึ้น
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

EU เปิดเกมคุม Big Tech รอบใหม่ จ่อขยายกฎสู่ Cloud และ AI สะเทือนยักษ์เทคทั่วโลก
สหภาพยุโรป ส่งสัญญาณเตรียมขยายมาตรการกำกับดูแลบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ จากเดิมที่เน้นแพลตฟอร์มอย่าง Search Engine , Social Media และ App Store ไปสู่ธุรกิจ Cloud Services และ Artificial Intelligence (AI) ซึ่งกำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลโลก

EU เปิดเกมคุม Big Tech รอบใหม่ จ่อขยายกฎสู่ Cloud และ AI สะเทือนยักษ์เทคทั่วโลก

พี่มาร์คเตรียมเดินเกม “พลังงานจากอวกาศ” ป้อน Data Center ใช้ได้แบบ เช้า กลางวัน เย็น!
