
รัสเซียประกาศบล็อก WhatsApp ที่มีผู้ใช้งานในประเทศมากกว่า 100 ล้านคนอย่างเป็นทางการแล้ว โดยให้เหตุผลว่า WhatsApp ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายภายในประเทศ
ซึ่งรัสเซียมีกฎหมายที่บังคับให้บริษัทเทคโนโลยี ต้องเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ชาวรัสเซียไว้ในเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ในรัสเซียเท่านั้น ห้ามเก็บไว้ต่างประเทศ
ข้อมูลที่ว่าครอบคลุมตั้งแต่ข้อมูลพื้นฐานของผู้ใช้ ไปจนถึงข้อมูลข้อความที่ส่งหากัน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้หน่วยงานรัฐของรัสเซียสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น ภายใต้กฎหมายของประเทศ
การบล็อกครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการผลักดันให้มีการพัฒนาแอปฯ Max Messenger ซึ่งเป็นแอปที่รัฐพัฒนาขึ้นเอง โดยรวมฟีเจอร์แชตเข้ากับบริการภาครัฐไว้ในแอปฯ เดียว
รัฐบาลรัสเซียกำหนดให้โทรศัพท์และอุปกรณ์ใหม่ทุกเครื่องที่ขายในประเทศต้องติดตั้งแอปฯ นี้มาให้เรียบร้อย ตั้งแต่ปี 2025 และบังคับให้ข้าราชการ รวมถึงนักเรียนและนักศึกษา ใช้งานแอปฯ ดังกล่าวด้วย
WhatsApp ไม่ใช่แพลตฟอร์มแรกที่ถูกบล็อก?
ปี 2016 LinkedIn แพลตฟอร์มต่างประเทศแรกที่ถูกบล็อกอย่างเป็นทางการในรัสเซีย จากนั้นในปี 2018 รัฐบาลพยายามบล็อก Telegram ที่แม้จะเป็นของรัสเซียเอง แต่บริษัทไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ โดยปฏิเสธที่จะให้กุญแจเข้ารหัส (encryption keys) แก่หน่วยงานความมั่นคง
แต่การบล็อกครั้งนั้นส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เพราะรัฐพยายามปิดกั้นผ่านระบบเครือข่ายและคลาวด์ ทำให้เว็บไซต์และบริการออนไลน์อื่นๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดนลูกหลงไปด้วยจำนวนมาก เพราะผู้ใช้ก็ยังหาวิธีเข้าใช้งาน Telegram ต่อได้อยู่ดี สุดท้ายรัฐบาลจึงยกเลิกการแบนในปี 2020 ไป
หลังรัสเซียเปิดฉากบุกยูเครนในปี 2022 บริษัทเทคโนโลยีตะวันตกจำนวนมาก ทยอยระงับหรือจำกัดการดำเนินงานรัสเซียตามมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ ส่งผลให้ภาพรวมโลกอินเทอร์เน็ตในรัสเซียเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
จากนั้น การควบคุมแพลตฟอร์มต่างชาติก็ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมายภายในอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ “อธิปไตยทางดิจิทัล” ที่รัสเซียเดินหน้าผลักดันอย่างจริงจังหลังปี 2022
โดยมีการบล็อกหรือจำกัดการเข้าถึงแพลตฟอร์มขนาดใหญ่จากตะวันตกหลายแห่งพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะ Facebook และ Instagram ของบริษัท Meta Corporation ที่ศาลรัสเซีย ตัดสินให้บริษัทเป็น “องค์กรสุดโต่ง” หลังเกิดข้อพิพาทเรื่องนโยบายการดูแลเนื้อหาในช่วงสงครามยูเครน รัฐบาลรัสเซียอ้างว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้อนุญาตให้มีเนื้อหาที่เป็นภัยต่อรัสเซียหรือกองทัพ
แต่ WhatsApp ยังถูกปล่อยให้ใช้งานต่อได้ เพราะถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสื่อสารส่วนตัวมากกว่าสื่อสาธารณะ ขณะที่ Twitter ก็ถูกจำกัดการเข้าถึงอย่างหนักจนใช้งานได้ยาก
ทำไมตอนนี้ถึงบล็อก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังปล่อยให้ใช้งานได้?
WhatsApp ออกมาเผยว่า ก่อนหน้านี้แม้รัสเซียไม่ได้บล็อก WhatsApp ทันที แต่ค่อยๆ จำกัดการใช้งาน เช่น ลดความเร็ว และจำกัดฟีเจอร์โทรตั้งแต่กลางปี 2025 โดยอ้างว่าแอปฯ ถูกใช้ในการฉ้อโกง และก่ออาชญากรรมบ่อย
ขณะเดียวกันก็มีข้อสังเกตว่ารัฐบาลต้องการให้แพลตฟอร์มเปิดให้เข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ได้มากขึ้น แต่ทาง Meta ไม่ยอมทำตาม ทำให้ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายรุนแรงขึ้น ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ แต่รัฐเซียก็ส่งสัญญาณว่า ข้อจำกัดต่างๆ อาจถูกยกเลิกได้หาก WhatsApp เริ่มปฏิบัติตามกฎหมายของรัสเซีย
ด้าน พาเวล ดูรอฟ ผู้ก่อตั้ง Telegram ก็ออกมาบอกว่าข้อกล่าวหาของรัฐที่ใช้จำกัดการเข้าถึง WhatsApp เป็นความพยายามบีบให้ประชาชนหันไปใช้แอปฯ ของรัฐเอง ซึ่งเอื้อต่อการสอดส่อง และควบคุมเนื้อหาทางการเมืองมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การจำกัดการเข้าถึงของแพลตฟอร์มในรัสเซียที่เข้มข้นมากขึ้นนี้เป็นเหมือนการจัดระเบียบโลกออนไลน์ใหม่ ที่เปลี่ยนให้รัฐควบคุมได้มากที่สุด ภายใต้แนวคิด “อธิปไตยทางดิจิทัล”
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดิสนีย์ส่งหนังสือเตือน ByteDance หลังพบแพลตฟอร์ม AI ใช้ตัวละครดังฝึกระบบ-สร้างวิดีโอโดยไม่ได้รับอนุญาต
The Walt Disney Company ส่งหนังสือเตือนทางกฎหมายแบบ “cease-and-desist” (หนังสือสั่งให้ยุติการกระทำทันที มิฉะนั้นจะดำเนินคดี) ไปยัง ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok

ดิสนีย์ส่งหนังสือเตือน ByteDance หลังพบแพลตฟอร์ม AI ใช้ตัวละครดังฝึกระบบ-สร้างวิดีโอโดยไม่ได้รับอนุญาต

Paramount เร่งเกมชิง Warner Bros. เสนอเงื่อนไขใหม่เพิ่มแรงจูงใจ ท้าชน Netflix ในดีลสื่อยักษ์
