ถ้าสายไฟมันรกก็ทำให้ล่องหนซะ ไฟฟ้าไร้สาย ก้าวใหม่ของฟินแลนด์ ปูทางสู่อนาคตไร้สายไฟ
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

ถ้าสายไฟมันรกก็ทำให้ล่องหนซะ! “ไฟฟ้าไร้สาย” ก้าวใหม่ของฟินแลนด์ ปูทางสู่อนาคตไร้สายไฟ

ฟินแลนด์กำลังเป็นที่จับตาในวงการพลังงาน หลังนักวิจัยสามารถสาธิตการส่งไฟฟ้าผ่านอากาศได้โดยไม่ต้องใช้สายไฟ แม้จะยังเป็นเพียงช่วงเริ่มต้นในการทดลอง แต่ก็ถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจเปลี่ยนวิธีการใช้พลังงานของโลกในอนาคต

งานวิจัยนี้เป็นความร่วมมือของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ มหาวิทยาลัยอูลู และบริษัทเทคโนโลยีในฟินแลนด์ มีเป้าหมายพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่ทำให้ไฟฟ้าเคลื่อนที่ได้อย่างปลอดภัย ยืดหยุ่น และไม่ต้องพึ่งสายเคเบิลแบบเดิม เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลและเมืองอัจฉริยะในยุคใหม่

ถ้าสายไฟมันระโยงระยางนัก ก็ทำให้ “ล่องหน” เลยคงจะดีกว่า

หนึ่งในไอเดียที่น่าสนใจคือ “สายไฟอะคูสติก” ซึ่งใช้คลื่นเสียงความถี่สูงสร้างทางเดินชั่วคราวในอากาศ แล้วปล่อยให้ไฟฟ้าไหลไปตามเส้นทางนั้นได้ เหมือนมี “สายไฟล่องหน” ซึ่งในอนาคตเราอาจไม่จำเป็นต้องใช้สายโลหะในการส่งไฟฟ้าเหมือนเดิมอีกต่อไป

นอกจากนี้ ฟินแลนด์ยังพัฒนาเทคโนโลยีอื่นๆ สำหรับการส่งพลังงานแบบไร้สาย เช่น ระบบ “พาวเวอร์บายไลต์” ที่ใช้แสงเลเซอร์ส่งพลังงานไปยังอุปกรณ์ปลายทาง ที่สามารถเปลี่ยนแสงให้กลับมาเป็นไฟฟ้าได้

จุดเด่นของวิธีนี้คือ ต้นทางกับปลายทางไม่ต้องเชื่อมต่อกันด้วยสายไฟเลย จึงช่วยลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจร เหมาะกับสถานที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงด้านไฟฟ้า

หากแนวคิดนี้ถูกนำมาใช้ในไทยบ้าง?

แม้เรื่องนี้จะฟังดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่ความก้าวหน้าจากฟินแลนด์ก็ชี้ให้เห็นว่า เทคโนโลยีแบบนี้อาจเข้ามามีบทบาทกับประเทศไทยได้ในอนาคต โดยเฉพาะเรื่อง เมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่ไทยกำลังผลักดันในหลายพื้นที่ เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

1. หากวันหนึ่งเราสามารถใช้พลังงานไร้สายกับเซ็นเซอร์จราจร กล้องอัจฉริยะ หรืออุปกรณ์ IoT ได้จริง ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินสายไฟ ลดความยุ่งยากด้านโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มความยืดหยุ่นในการขยายระบบเมืองอัจฉริยะในระยะยาว

2. เทคโนโลยีส่งพลังงานไร้สายจึงอาจกลายเป็นตัวช่วยสำคัญของระบบพลังงานในอนาคต โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล เกาะ หรือชุมชนชนบท ที่การลากสายไฟทำได้ยาก มีต้นทุนสูง และกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หากนำมาใช้ควบคู่กับโซลาร์เซลล์ ก็อาจช่วยให้คนในพื้นที่เหล่านี้เข้าถึงไฟฟ้าได้ง่ายขึ้นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

3. ภาคอุตสาหกรรม ไทยก็กำลังเร่งก้าวสู่ยุค Industry 4.0 โรงงานอัจฉริยะต้องใช้เซ็นเซอร์จำนวนมาก หากอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือเดินสายไฟ ก็จะช่วยลดต้นทุนบำรุงรักษา เพิ่มความปลอดภัย และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก

4. สุดโอกาสด้านงานวิจัยและสตาร์ตอัปไทย ความสำเร็จของฟินแลนด์สะท้อนว่าแม้จะเป็นประเทศขนาดกลางก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้าน Deep Tech ได้ หากมีการลงทุนด้านวิจัยอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย นี่คือสัญญาณว่าภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคเอกชนควรร่วมกันผลักดันงานวิจัยด้านพลังงานไร้สาย คลื่นความถี่ เลเซอร์ และ IoT เพื่อสร้างองค์ความรู้และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถึงเวลารื้อกฎหมายการศึกษา_เพื่อรีเซ็ตโครงสร้างเศรษฐกิจไทย

ถึงเวลารื้อกฎหมายการศึกษา เพื่อรีเซ็ตโครงสร้างเศรษฐกิจไทย?

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ IMF ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ จะขยายตัวเพียง 1.5% ซึ่งต่ำที่สุดในอาเซียน ขณะที่รายได้ต่อหัวของคนไทยอยู่ที่เพียง 8,000-9,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งยังห่างจากเกณฑ์ “ประเทศรายได้สูงที่ธนาคารโลกกำหนดไว้ที่ 14,375 ดอลลาร์ต่อปี

clock11 ชั่วโมงที่แล้ว
เมื่อ_AI_เข้ามาขับเคลื่อนบริการภาครัฐ_ข้อมูลประชาชนจะปลอดภัยแค่ไหน

เมื่อ AI เข้ามาขับเคลื่อนบริการภาครัฐ ข้อมูลประชาชนจะปลอดภัยแค่ไหน?

clock2 วันที่แล้ว
ศาลสั่งปรับ_Meta_กว่า_567_ล้านดอลลาร์_เยียวยาผลกระทบเด็ก_พร้อมเร่งยกระดับระบบคุ้มครองเยาวชน
ต่างประเทศสังคม

ศาลสั่งปรับ Meta กว่า 567 ล้านดอลลาร์! เยียวยาผลกระทบเด็ก พร้อมเร่งยกระดับระบบคุ้มครองเยาวชน

clock3 วันที่แล้ว