มาเลเซียขอเลือกสวนทาง ระงับดาต้าเซ็นเตอร์ที่ไม่เกี่ยวกับ AI เหตุกังวลการใช้ทรัพยากร
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

มาเลเซียขอเลือกสวนทาง ! ระงับดาต้าเซ็นเตอร์ที่ไม่เกี่ยวกับ AI เหตุกังวลการใช้ทรัพยากร

Clock Icon

27 กุมภาพันธ์ 2569

ตอนนี้จะเห็นว่าหลายประเทศแข่งกันเป็น “ฮับดิจิทัล” โดยเห็นได้จากกระแสข่าวประกาศลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในช่วงที่ผ่านมา แต่มาเลเซียขอคิดแบบสวนทาง หลังนายกรัฐมนตรีประกาศ ระงับการพัฒนาศูนย์ข้อมูล หรือดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับด้าน AI 

แม้ดาต้าเซ็นเตอร์คือหัวใจของเมกะเทรนด์ แต่ทำไมต้องสั่งชะลอ?

นายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม ให้เหตุผลว่า การระงับที่เกิดขึ้น มาจากความกังวลเรื่องการใช้ไฟฟ้าและน้ำ เพราะดาต้าเซ็นเตอร์ 1 ศูนย์ต้องใช้ทรัพยากรอยู่ไม่น้อย และอีกเหตุผลสำคัญคือ รัฐบาลมาเลเซียต้องการดึงการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงที่สร้างมูลค่าเพิ่มเข้ามามากกว่า การสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แบบศูนย์เก็บข้อมูลทั่วไปที่กินไฟและทรัพยากรจำนวนมาก หรือพูดง่าย ๆ คือ อันไหนทำเงินให้ประเทศและสร้างประโยชน์มากกว่า ก็ขอโฟกัสการลงทุนนั้นแทน 

แม้ว่าตอนนี้พลังงานสำรองของประเทศยังพอต่อการใช้งาน แต่รัฐบาลก็เริ่มวางแผนจัดหาพลังงานจากโครงข่ายอาเซียน และพลังงานสะอาดจากรัฐซาราวักเพื่อเพิ่มความมั่นคงในระยะยาว รัฐจึงต้องออกกติกาคุมเข้มเพื่อไม่ให้การใช้ไฟและทรัพยากรของอุตสาหกรรมนี้ไปกระทบการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนในประเทศ

การระงับไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในมาเลเซีย แต่ประเทศใหญ่ก็เริ่มมานานแล้ว

ที่จริงแล้วมีอีกหลายประเทศที่ได้ประกาศระงับการสร้างดาต้าเซนเตอร์เป็นการชั่วคราวในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่มักให้เหตุผลว่า “ต้องการเบรกเพราะความกังวลด้านพลังงาน” อย่างเนเธอร์แลนด์ ก็เคยประกาศระงับการอนุมัติดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ (Hyperscale) ทั่วประเทศชั่วคราวระยะเวลากว่า 9 เดือน ในช่วงกุมภาพันธ์ปี 2022  โดยระงับการออกใบอนุญาตใหม่สำหรับโครงการที่มีขนาดมากกว่า 10 เฮกตาร์ หรือใช้ไฟเกิน 70 เมกะวัตต์ ระหว่างที่กำลังจัดทำกฎเกณฑ์ระดับชาติที่เข้มงวดขึ้น พร้อมให้ความสำคัญกับการใช้ พลังงานหมุนเวียน และการตั้งโครงการในพื้นที่ชายฝั่งทะเล มากขึ้น

ส่วนฝั่งสหรัฐฯ มีการระงับ และชะลอโครงการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์อยู่จำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นในระดับท้องถิ่นและระดับเขต และเริ่มมีข้อเสนอในระดับรัฐเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 14 รัฐที่ประกาศพักโครงการ เช่น จอร์เจีย, อินเดียนา, มิชิแกน, เพนซิลเวเนีย, โคโลราโด, ลุยเซียนา, นิวออร์ลีนส์ และเวอร์จิเนีย โดยมาตรการเหล่านี้มักกำหนดช่วงเวลา 6-24 เดือน เพื่อศึกษาผลกระทบด้านไฟฟ้า น้ำ การใช้ที่ดิน และผลต่อชุมชน

การโครงสร้างพื้นฐาน ควรมีแผนที่ดีแบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

เพราะโครงสร้างพื้นฐานคือสิ่งที่หลายประเทศต่างเร่งสร้างเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เดินหน้าตามเมกะเทรนด์และความต้องการใช้งานด้าน AI ที่มากขึ้น แต่ยิ่งโครงการมีจำนวนมากขึ้น ก็ยิ่งต้องกลับมาทบทวนว่าทุกโครงการที่เกิดขึ้นนั้นคนในพื้นที่ได้รับผลกระทบแค่ไหน ได้ประโยชน์อย่างไร เพื่อให้โครงการยังเดินหน้าต่อไปได้แบบไม่ต้องผลักภาระให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในอนาคต และเกิดการใช้ทรัพยากรของประเทศได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด


แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐฯ_สั่งตรวจสอบ_DoorDash_หลังพบว่าใช้โมเดล_AI_จากจีน
ต่างประเทศธุรกิจไอที

สหรัฐฯ สั่งตรวจสอบ DoorDash หลังพบว่าใช้โมเดล AI จากจีน

ผู้ก่อตั้ง DoorDash โพสต์บน X เล่าถึงประสบการณ์ที่บริษัทได้ลองใช้ AI สัญชาติจีนอย่าง Kimi K2.6 โดยพบว่าทำงานได้ดีและราคาถูกกว่าที่เคยใช้ ซึ่งฟังดูเป็นเรื่องปกติที่บริษัทเทคโนโลยีทำกันทั่วไป หลังจากนั้น สภาคองเกรสได้ส่งหนังสือถึง DoorDash เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับการใช้โมเดล AI ที่พัฒนาในประเทศจีน หลังเกิดข้อกังวลว่าบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ อาจนำ AI จากจีนมาใช้

clock1 ชั่วโมงที่แล้ว
จีนออกกฎหมายคุ้มครองการออกแบบชิป_พร้อมพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ
ต่างประเทศธุรกิจไอที

จีนออกกฎหมายคุ้มครองการออกแบบชิป พร้อมพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ

clock1 ชั่วโมงที่แล้ว
ทำไม_Google_ถึงถอย_เมื่อเปิด_AI_สร้างภาพบน_Google_Earth_ได้ไม่ถึง_24_ชั่วโมง_ก็ต้องปิดฟีเจอร์ซะงั้น
ต่างประเทศธุรกิจไอที

ทำไม Google ถึงถอย! เมื่อเปิด AI สร้างภาพบน Google Earth ได้ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก็ต้องปิดฟีเจอร์ซะงั้น

clock3 ชั่วโมงที่แล้ว