
ธุรกิจไอที
ใช้อากาศระบายความร้อนใน Data Center ดีจริง ? แผนใหม่ Google หวังลดแรงกดดันใช้น้ำมหาศาล
11 มีนาคม 2569
เมื่อการเติบโตของ AI หนุนการให้บิ๊กเทคเร่งสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มอย่างต่อเนื่อง และต้องแลกมาด้วยการใช้พลังงานที่สูง จนบางครั้งก็ถูกตั้งคำถามเรื่องสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ที่เข้าไปก่อสร้าง
แรงกดดันต่อทรัพยากรน้ำ กลายเป็นช่องทางหาพลังงานทางเลือกใหม่
ล่าสุด Google ประกาศแผนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ใน Wilbarger County รัฐเท็กซัส โดยบอกว่าจะใช้ “เทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยอากาศขั้นสูง” (Air-Cooling) และจำกัดการใช้น้ำไว้เฉพาะงานที่จำเป็นของพื้นที่ เช่น ครัว หรือการใช้งานภายในแคมป์ โดยใช้การดึงลมภายนอกมาระบายความร้อนให้เซิร์ฟเวอร์โดยตรง แทนการใช้น้ำหล่อเย็นปริมาณมหาศาลแบบเดิมลดการพึ่งพาทรัพยากรน้ำในพื้นที่แห้งแล้ง ช่วยให้ระบบทำงานได้ต่อเนื่องแม้อยู่ในช่วงขาดแคลนน้ำ เพื่อลดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมให้น้อยสุด
การใช้พลังงานลมระบายความร้อนมีประสิทธิภาพมากกว่า ?
การหันไปใช้ระบบที่พึ่งอากาศมากขึ้น อาจหมายถึงการใช้ไฟฟ้าเพิ่มตามมา กลายเป็นประเด็นซับซ้อนว่าการที่ลดจำนวนการใช้น้ำ ก็อาจเพิ่มแรงกดดันในอีกด้านหนึ่งแทน ถ้าไฟฟ้าที่ใช้เพิ่มขึ้นไม่ได้มาจากแหล่งพลังงานสะอาด หรือทำให้โครงข่ายไฟฟ้าในพื้นที่ตึงตัวมากขึ้น อาจสร้างปัญหาด้านพลังงานเพิ่มหรือไม่
แม้ Google ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงเทคนิคของระบบระบายความร้อนทั้งหมด แต่บริษัทก็บอกไว้ว่าการออกแบบดาต้าเซ็นเตอร์จะพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น สภาพภูมิอากาศ แหล่งพลังงาน และทรัพยากรในพื้นที่เพื่อเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุด
พร้อมเตรียมใช้พลังงานสะอาดจากโรงไฟฟ้าใหม่ที่สร้างร่วมกับบริษัทพลังงาน AES หวังรองรับความต้องการไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และคลาวด์ของ Google ในรัฐเท็กซัส
ความต้องการพัฒนาเทคโนโลยี ควรมาคู่กับการรักษาทรัพยากร
การเติบโตโดยใช้ทรัพยากรเกินจำเป็นอาจเป็นแรงส่งที่ทำให้ปัญหา Climate Change แก้ไขได้ยากมากขึ้น บทเรียนสำคัญในวันนี้คือ แม้ว่าเทคโนโลยีจะตอบโจทย์อนาคต ก็ไม่ควรมองแค่เรื่องรองรับความต้องการใช้งานเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ต้องออกแบบให้สอดคล้องกับข้อจำกัดของทรัพยากรที่มี โดยเน้นสร้างความยั่งยืน และขับเคลื่อนเทคโนโลยีไปพร้อม ๆ กัน เพื่อสร้างสมดุลให้เกิดความยั่งยืนได้ในระยะยาว
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Magnific มาแล้ว! (การรีแบรนด์ครั้งใหญ่จาก Freepik) พร้อมแนะนำฟีเจอร์ที่ สาย AI ห้ามพลาด
Freepik เปลี่ยนชื่อเป็น Magnific อย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน 2569 พร้อมเปิดตัวเป็น AI creative platform เต็มรูปแบบ ครอบคลุมทั้งภาพ วิดีโอ เสียง และ 3D มาดูว่ามีฟีเจอร์อะไรใหม่บ้าง และทำไมถึงต้องเปลี่ยนชื่อ

Magnific มาแล้ว! (การรีแบรนด์ครั้งใหญ่จาก Freepik) พร้อมแนะนำฟีเจอร์ที่ สาย AI ห้ามพลาด

รู้จัก NotebookLM สอนใช้ AI สรุปข้อมูล พร้อมเคล็ดลับที่ควรรู้! [อัปเดต 2026]
