
ในวันที่ภาครัฐมีทั้ง ThaiD, Digital ID (NDID) หรือแอปฯ ทางรัฐ ซึ่งล้วนถูกพัฒนามาเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการภาครัฐ แต่ในความเป็นจริง
ผู้ใช้งานกลับยังต้องดาวน์โหลดหลายแอปฯจำหลายบัญชี และยืนยันตัวตนซ้ำไปมาอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่ทุกระบบต่างก็ใช้ข้อมูลของ “คนๆเดียวกัน”
สิ่งนี้สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง นั่นคือการทำงานแบบ “Silo” หรือการที่แต่ละหน่วยงานต่างคนต่างพัฒนาระบบของตัวเองแยกกัน โดยไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลเข้าหากันได้
แนวคิดของ “Single Digital Identity” จึงกลายเป็นทางออก?
หลายประเทศก็เริ่มนำแนวคิด “Single Digital Identity” มาใช้ เพราะเป้าหมายไม่ใช่การรวมทุกข้อมูลไว้ในฐานข้อมูลก้อนเดียว แต่คือการสร้าง “Digital Infrastructure กลาง” ที่เสมือนถนนและประตูทางเข้าหลักที่เอื้อให้ทุกหน่วยงานสามารถ sync ข้อมูลกันผ่าน API ภายใต้มาตรฐานเดียวกันได้
หรือพูดง่าย ๆ คือ ทุกหน่วยงานยังมีฐานข้อมูลของตัวเอง แต่ทุกๆ ระบบต้องสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ เมื่อประชาชนล็อกอิน ระบบควรที่จะยืนยันตัวตนและเชื่อมต่อไปยังบริการต่าง ๆ ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นสิทธิรักษาพยาบาล ประกันสังคม ภาษี หรือเอกสารราชการ โดยไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ทุกครั้ง
ยกตัวอย่างเช่น หาก “นางสาว A” ล็อกอินเข้าสู่ระบบด้วย ID เดียว ไม่ว่าเธอจะเข้าใช้งานบริการด้านสุขภาพ ประกันสังคม ภาษี
หรือการขอเอกสารราชการ ระบบก็ควรที่จะดึงข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นมาใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องให้เธอลงทะเบียนใหม่ทุกครั้ง
ควรมี “ถังข้อมูลกลาง” เพื่อเชื่อมทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน?
ดังนั้น สิ่งที่ควรเกิดขึ้นคือการมีมาตรฐานข้อมูลกลาง ระบบ API สำหรับเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ระบบ Single Sign-On (SSO) ที่ล็อกอินครั้งเดียวแล้วเข้าถึงได้ทุกบริการ รวมถึงการความยินยอม(Consent) และการกำหนดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลอย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกได้ว่าข้อมูลใดสามารถแชร์กับหน่วยงานใดได้บ้าง
“หน่วยงาน” เหมือน “บ้านที่แยกกันอยู่”
หากเปรียบง่าย ๆ ปัจจุบันหน่วยงานรัฐแต่ละแห่งก็เหมือน “บ้านที่แยกกันอยู่” และประชาชนต้องเป็นคนเดินถือเอกสารไปส่งเองทุกครั้ง แต่อนาคตที่ควรเป็น คือบ้านทุกหลังยังอยู่ที่เดิม เพียงแค่มีเส้นทางดิจิทัล เชื่อมถึงกันทั้งหมด ทำให้ข้อมูลสามารถวิ่งหากันได้ โดยที่ประชาชนไม่ต้องทำเรื่องเดิมซ้ำหลายรอบอีกต่อไป
ท้ายที่สุด เป้าหมายของ “Single Digital Identity” คงไม่ใช่แค่ทำให้การล็อกอินง่ายขึ้น แต่คือการยกระดับบริการภาครัฐให้รวดเร็ว โปร่งใส ลดต้นทุน ลดงานเอกสาร และทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการของรัฐได้ง่ายขึ้นจริง ๆ
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดีอีขยายมาตรการปราบบัญชีม้า เพิ่ม “ม้าน้ำตาล” หลังพบเงินหมุนเวียนกว่า 8 พันล้าน
รัฐบาลเดินหน้ายกระดับการปราบ “บัญชีม้า” หลังปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังสร้างความเสียหายต่อเนื่อง


