
ในเดือนมกราคม 2569 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในไทยแตะ 45,668 คัน ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูล ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์จากจีนหลายรายขยายส่วนแบ่งตลาดได้อย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นผู้เล่นสำคัญของตลาด EV ไทยในเวลาเพียงไม่กี่ปี
รถ EV ที่มีราคาจับต้องได้มากขึ้น ประกอบกับเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว กำลังเร่งให้การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์เกิดขึ้นเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้
🔴 เบื้องหลังรถหนึ่งคัน คือเศรษฐกิจทั้งห่วงโซ่
การเติบโตของ EV ไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อยอดขายรถยนต์ แต่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ตั้งแต่โรงงานประกอบ ผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ไปจนถึงแรงงานกว่า 690,000 คน ในอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนราว 11% ของ GDP ประเทศ
เมื่อรถหนึ่งคันถูกผลิตขึ้น มูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่ผู้ผลิตรถยนต์ แต่ยังกระจายไปยังผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้รับช่วงการผลิต และธุรกิจ SME จำนวนมากที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน
ประเด็นที่น่าจับตาต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงว่ารถ EV ขายได้มากแค่ไหน แต่คือประเทศไทยได้รับมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการเติบโตครั้งนี้มากน้อยเพียงใด
🔴 โรงงานอยู่ไทย แต่มูลค่าอยู่ที่ไหน?
แม้ผู้ผลิต EV หลายรายจะเริ่มลงทุนและตั้งโรงงานในประเทศไทย แต่มูลค่าสูงสุดของรถ EV ยุคใหม่มักอยู่ในเทคโนโลยีสำคัญ เช่น แบตเตอรี่ ซอฟต์แวร์ ชิป และระบบควบคุม มากกว่าการประกอบรถเพียงอย่างเดียว
นั่นหมายความว่า การมีโรงงานอยู่ในประเทศไม่ได้รับประกันว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในประเทศเสมอไป หากเทคโนโลยี ชิ้นส่วนหลัก หรือทรัพย์สินทางปัญญายังคงอยู่ในต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปสู่รถยนต์ไฟฟ้ายังสร้างแรงกดดันต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนเดิมจำนวนมาก โดยปี 2567 ไทยผลิตรถยนต์ได้ 1.47 ล้านคัน ลดลงจาก 1.84 ล้านคันในปีก่อนหน้า ขณะที่กำลังการผลิตถูกใช้งานเพียงประมาณ 55%
โรงงานชิ้นส่วนจำนวนหนึ่งต้องลดวันทำงาน ลดกะการผลิต และบางแห่งเริ่มปิดสายการผลิตลง สะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในตลาดผู้บริโภค แต่กำลังส่งผลต่อผู้ประกอบการจำนวนมากที่อยู่เบื้องหลังอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
ด้วยเหตุนี้ ในเดือนพฤษภาคม 2569 สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนไทย 10 สมาคม ซึ่งมีสมาชิกกว่า 1,500 ราย จึงร่วมกันยื่นข้อเสนอ 8 มาตรการฉุกเฉินต่อรัฐบาล เพื่อช่วยผู้ผลิตชิ้นส่วน โรงหล่อ และ SME ไทยที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV
ข้อเรียกร้องดังกล่าวสะท้อนว่า โจทย์สำคัญของไทยในวันนี้อาจไม่ใช่การเพิ่มจำนวนรถ EV บนท้องถนนเพียงอย่างเดียว แต่คือการรักษาและยกระดับบทบาทของผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่มูลค่าที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม การลงทุนจากผู้ผลิต EV ต่างชาติยังนำมาซึ่งเงินลงทุน การจ้างงาน และโอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ซึ่งอาจช่วยให้ไทยรักษาสถานะฐานการผลิตยานยนต์สำคัญของภูมิภาคไว้ได้ในระยะยาว
🔴 จุดเปลี่ยนที่กำลังมาถึง
ปี 2570 อาจเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะบอกได้ว่า ไทยจะเป็นเพียงฐานประกอบรถ EV หรือสามารถก้าวขึ้นไปมีบทบาทในส่วนที่สร้างมูลค่าสูงของอุตสาหกรรมได้มากกว่านั้น
ท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของอุตสาหกรรม EV ไทยอาจไม่ได้วัดจากจำนวนรถที่ขายได้เพียงอย่างเดียว แต่คือประเทศไทยสามารถรักษามูลค่า การจ้างงาน และความสามารถในการแข่งขันไว้ได้มากเพียงใด ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก
การมีโรงงานอยู่ในประเทศอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่สิ่งที่จะตัดสินว่าไทยเป็นผู้ชนะหรือผู้ตามในยุค EV คือการมีบทบาทอยู่ในส่วนใดของห่วงโซ่มูลค่าที่กำลังถูกสร้างขึ้นใหม่ทั่วโลก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สรุปเหตุการณ์แฮกเกอร์เจาะระบบเตือนภัยบราซิล ส่งข้อความปริศนาปลุกคนค่อนเมือง
เวลาตี 1.30 ของคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เสียงแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินระดับชาติ ดังขึ้นบนโทรศัพท์กว่า 30 ล้านเครื่อง ใน 7 เมืองใหญ่ของบราซิล

สรุปเหตุการณ์แฮกเกอร์เจาะระบบเตือนภัยบราซิล ส่งข้อความปริศนาปลุกคนค่อนเมือง

