
ในวันที่โลกหมุนด้วย AI เรามักคุ้นเคยกับการใช้โมเดลจากต่างประเทศ แต่หลายครั้งก็จะเจอว่าเมื่อต้องใช้ภาษาไทย AI เหล่านั้นมักตกม้าตาย หรือแปลออกมาดูแข็งทื่อ ดูไม่เป็นมนุษย์
ซึ่งตอนนี้ไทยเรามี ThaiLLM (Thai Large Language Model) ที่ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อสร้างโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่เป็นของคนไทยเอง โดยเป็นการร่วมมือกันของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อย่าง สวทช. (NECTEC) และ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ที่การเข้าใจ บริบทสังคมและวัฒนธรรมไทย ได้ดีกว่า AI จากต่างชาติ
⚫️ เพราะหัวใจสำคัญของการพ้ฒนาคือ “ผู้ใช้งาน”
แน่นอนว่าหลายคนอาจมองว่าเรามีโมเดลยักษ์ใหญ่ระดับโลกให้ใช้อยู่แล้ว การทำโมเดลที่คล้ายกันเป็นของไทยเองจะดีจริงไหม ?
ซึ่งอยากชวนทุกคนมองในอีกมิติ ว่าการที่ไทยเริ่มต้นทำอย่างจริงจังนั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดี
เพราะเราทำเองมักตอบโจทย์งานเฉพาะทางกว่า เช่นงานเอกสารราชการ ภาษากฎหมายไทย และ ThaiLLM จะทำได้ดีกว่า เพราะถูกเทรนด้วยฐานข้อมูลภาษาไทยโดยเฉพาะ
⚫️ ยิ่ง "ใช้งาน" AI ยิ่ง "ฉลาด"
ตอนนี้ภาครัฐกำลังผลักดันให้หน่วยงานต่างๆ และประชาชนเข้ามาลองใช้งานกันมากขึ้น นั่นเพราะ AI เปรียบเสมือนคนที่ต้องเรียนรู้ ยิ่งเราป้อนข้อมูลและใช้งานมากเท่าไหร่ ระบบจะนำข้อมูลเหล่านั้นไปฝึกฝนให้ฉลาดขึ้น
รู้จักแก้คำผิด เข้าใจรูปประโยคที่ใช้จริงได้แม่นยำ การที่ทุกคนเข้าใช้งานก็เท่ากับช่วยเสริมความเก่งให้กับระบบ เหมือนกับที่แพดลตฟอร์ตต่างชาติเองก็ทำกันมายาวนาน จนหลายบริษัทประสบความสำเร็จ
⚫️ การปกป้อง "อธิปไตยข้อมูล" ของคนไทย
การมีอำนาจในข้อมูลของเราเองย่อมดีกว่าเสมอ เพราะการใช้แพลตฟอร์ม AI ต่างชาติ อาจทำให้ข้อมูลสำคัญบางอย่างรั่วไหลหรือถูกจัดเก็บอยู่นอกประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกประเทศเริ่มผลักดันกันอย่างเข้มข้น
เพราะการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติเพียงอย่างเดียว อนาคตอาจทำให้เราเสียเปรียบระยะยาว และการมีโครงสร้างพื้นฐานเป็นของเราเอง จะช่วยให้เราต่อยอดนวัตกรรมอื่นๆ ได้อย่างอิสระ
⚫️ การใช้ ThaiLLM ช่วยลดความเสี่ยง
แน่นอนว่าต้องปลอดภัยกว่า เพราะข้อมูลถูกจัดเก็บและประมวลผลภายใต้มาตรฐานและกฎหมายของไทยเอง (เช่น PDPA) ลดการส่งข้อมูลสำคัญออกไปยังเซิร์ฟเวอร์ต่างแดน ช่วยให้ข้อมูลหน่วยงานและบุคคลมีความปลอดภัยมากขึ้น พูดง่าย ๆ คือเราสามารถควบคุม ตรวจสอบได้ทุกอย่าง ทำให้เกิดความโปร่งใสในการใช้ข้อมูล
ปัจจุบันมีการเปิดให้ผู้ใช้งานเข้าถึงโมเดลในหลายรูปแบบทั้ง Playground, API และ รูปแบบดาวน์โหลดโมเดลไปติดตั้งเอง เพื่อให้นักพัฒนานำไปต่อยอดในธุรกิจหรือการวิจัยได้ทันที ซึ่งเปิดให้ทดลองใช้ฟรีแล้ว ผ่านเว็บไซต์ https://thaillm.or.th/
สรุปแล้ว ThaiLLM ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อแข่งขันในเชิงธุรกิจ แต่ถูกสร้างมาเพื่อเพิ่มทางเลือกการใช้งาน AI ให้คนไทย ที่จะวางรากฐานให้ประเทศสามารถเปลี่ยนจากผู้ใช้งานสู่ผู้สร้าง ผู้พัฒนา และกำหนดทิศทางอนาคตของระบบนิเวศ AI ของตัวเองได้มั่นคงและยั่งยืน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

TikTok Shop ขึ้นค่าธรรมเนียมใหม่ 2 เด้ง สูงสุดแตะ 9.63% เริ่ม 6 พ.ค. นี้
TikTok Shop ประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียม 2 รายการหลัก ได้แก่ “ค่าคอมมิชชัน” และ “ค่าธรรมเนียมสนับสนุนการเติบโต” โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค. 69 เป็นต้นไป

TikTok Shop ขึ้นค่าธรรมเนียมใหม่ 2 เด้ง สูงสุดแตะ 9.63% เริ่ม 6 พ.ค. นี้

