
สังคม
สศก. ดัน เกษตรดิจิทัล-ดาวเทียม ยกระดับรายได้เกษตรกร เพิ่มขีดแข่งขันภาคเกษตรไทย
11 กุมภาพันธ์ 2569
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าใช้เกษตรดิจิทัลและเทคโนโลยีดาวเทียม เป็นกลไกหลักในการพัฒนาภาคการเกษตรไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และยกระดับรายได้ของเกษตรกร พร้อมเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เลขาธิการ สศก. ระบุว่า ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการเกษตร โดยนำเทคโนโลยีต่างๆ เช่น การวิเคราะห์ภาพถ่ายจากดาวเทียม ข้อมูลสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ ระบบเกษตรแม่นยำ (Precision Farming) และแพลตฟอร์มข้อมูลดิจิทัล เข้ามาช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนการเพาะปลูกและจัดการทรัพยากรได้ตรงกับสภาพพื้นที่ของตนเอง
ช่วยลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ และผลิตสินค้าได้ตรงตามความต้องการของตลาด ขณะเดียวกัน ระบบดิจิทัลยังช่วยสร้างความโปร่งใสผ่านระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าเกษตรไทยในระดับสากล นอกจากประโยชน์ต่อเกษตรกรแล้ว ภาคเอกชนและสตาร์ทอัพยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาแอปพลิเคชันและบริการข้อมูลที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของเกษตรดิจิทัลยังเผชิญความท้าทาย ทั้งเรื่องความต่อเนื่องของระบบ ความปลอดภัยไซเบอร์ ค่าใช้จ่ายลงทุนสูง และการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานสากล จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐในการกำหนดกรอบธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) และส่งเสริมมาตรฐานข้อมูลแบบเปิด (Open Data Standard) เพื่อให้ระบบต่างๆ เชื่อมต่อกัน ลดการผูกขาด และแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม ส่งผลให้เศรษฐกิจการเกษตรไทยแข็งแกร่งและยั่งยืนในยุคข้อมูลข่าวสาร
ที่มา : เศรษฐกิจการเกษตรเพื่อประชาชน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำไม “เอกนิติ” ไม่ไปต่อกับ Easy e-Receipt แต่เร่งเครื่องดัน “คนละครึ่งพลัส” แทน
ช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไม เอก นิติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงตัดสินใจ ไม่ไปต่อกับโครงการ “Easy E-Receipt” ทั้งที่โครงการนี้ ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือช่วยกระตุ้นยอดขาย และยกระดับความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้า ขณะเดียวกัน กลับเร่งผลักดัน “คนละครึ่งพลัส” ที่เป็นนโยบายประชานิยมขึ้นมาแทน?

ทำไม “เอกนิติ” ไม่ไปต่อกับ Easy e-Receipt แต่เร่งเครื่องดัน “คนละครึ่งพลัส” แทน

กฎใหม่อินเดีย บริษัทโซเชียลต้อง "ลบเนื้อหาโซเชียล" ใน 3 ชั่วโมง ถ้ารัฐสั่ง
