
PDPC จับมือ UNICEF ประเทศไทย เดินหน้ายกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กในยุค AI หลังเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของเด็กมากขึ้น ทั้งด้านการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะดิจิทัล และการเข้าถึงบริการต่าง ๆ
ซึ่งมุ่งกำหนดแนวทางคุ้มครองข้อมูลเด็กให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของ AI โดย PDPC เปิดรับข้อเสนอแนะจาก UNICEF ต่อร่างแนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับ AI จากก่อนหน้านี้ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะแล้ว
ประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึง คือ AI มีทั้งโอกาสและความเสี่ยงต่อเด็ก โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว การนำข้อมูลไปใช้ไม่เหมาะสม และผลกระทบจากอัลกอริทึมที่อาจมีผลต่อพฤติกรรมหรือการตัดสินใจของเด็ก ซึ่งอยู่ระหว่างพัฒนาแนวปฏิบัติด้านการใช้ AI และการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
โดยเน้นหลักการใช้ข้อมูลอย่างรับผิดชอบ และการคุ้มครองเชิงรุก เพื่อให้ทั้งภาครัฐและเอกชนนำไปใช้ได้จริง โดยเฉพาะบริการที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เช่น แพลตฟอร์มการศึกษาออนไลน์ แอปพลิเคชันสำหรับเยาวชน และบริการดิจิทัลต่าง ๆ
นอกจากนี้ PDPC ยังศึกษามาตรการเพิ่มเติมสำหรับระบบ AI ที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะระบบที่ประมวลผลข้อมูลเด็กในวงกว้าง ซึ่งอาจต้องมีการกำกับดูแลที่เข้มขึ้น
ทั้งเรื่องความโปร่งใส การตรวจสอบย้อนหลังได้ และการประเมินผลกระทบด้านสิทธิก่อนใช้งานจริงอีกก้าวสำคัญคือแผนจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการคุ้มครองข้อมูลเด็ก เพื่อพัฒนากรอบนโยบายที่เหมาะกับประเทศไทย จากความร่วมมือทั้งหน่วยงานกำกับดูแล นักวิชาการ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ
เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรม AI กับการคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยของเด็กในโลกดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คนไทยต้องมีกี่ ID ถึงจะพอ? เมื่อระบบยืนยันตัวตนของรัฐควรรวมศูนย์ที่เดียวสักที
ในวันที่ภาครัฐมีทั้ง ThaiD, Digital ID (NDID) หรือแอปฯ ทางรัฐ ซึ่งล้วนถูกพัฒนามาเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการภาครัฐ แต่ในความเป็นจริง ผู้ใช้งานกลับยังต้องดาวน์โหลดหลายแอปฯ จำหลายบัญชี และยืนยันตัวตนซ้ำไปมาอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่ทุกระบบต่างก็ใช้ข้อมูลของ “คนๆเดียวกัน”

คนไทยต้องมีกี่ ID ถึงจะพอ? เมื่อระบบยืนยันตัวตนของรัฐควรรวมศูนย์ที่เดียวสักที

