RAMmageddon เมื่อ AI เริ่มแย่งชิปจากทุกอุตสาหกรรม
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

“RAMmageddon” เมื่อ AI เริ่มแย่งชิปจากทุกอุตสาหกรรม

Clock Icon

11 มิถุนายน 2569

⚫️ ชิปเดียวกัน โรงงานเดียวกัน แต่ใครได้ก่อน?

หลายคนอาจคิดว่า RAM ในสมาร์ตโฟนหรือโน้ตบุ๊ก กับเซิร์ฟเวอร์ AI ขนาดใหญ่ใน Data Center เป็นคนละเรื่องกัน แต่จริง ๆ แล้ว หน่วยความจำเหล่านี้ใช้ทรัพยากรการผลิตร่วมกัน

ปัจจุบัน ตลาด DRAM ของโลกถูกครอบครองโดยผู้เล่นหลักเพียง 3 ราย ได้แก่ Samsung, SK Hynix และ Micron ซึ่งผลิต DRAM รวมกันมากกว่า 95% ของอุปทานทั้งหมด

ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ผลิตชิปรายใหญ่เริ่มหันไปเพิ่มกำลังการผลิต High Bandwidth Memory (HBM) ซึ่งเป็นหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงที่จำเป็นต่อการทำงานของ AI Server เพราะมีความต้องการสูงและสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า

แต่เมื่อกำลังการผลิตมีจำกัด การผลิต HBM ที่เพิ่มขึ้น จึงอาจทำให้ปริมาณ DRAM สำหรับอุปกรณ์ทั่วไปลดลงตามไปด้วย

ผลกระทบเริ่มปรากฏชัดในไตรมาสแรกของปี 2569 เมื่อราคา DRAM บางประเภทพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก โดยบางเซกเมนต์มีราคาปรับเพิ่มเกือบ 90% จากไตรมาสก่อนหน้า

ในยุค AI ปัญหาจึงไม่ใช่ "ผลิตชิปไม่ทัน" แต่คือการที่ชิปจำนวนมากถูกจัดสรรไปยังตลาดที่มีความต้องการสูงและให้มูลค่ามากที่สุดก่อน

⚫️ จากวัฏจักรเดิม สู่เกมใหม่ของอุตสาหกรรมชิป

ปกติอุตสาหกรรมชิปมีวัฏจักรขึ้นลงตามอุปสงค์และอุปทาน แต่รอบนี้หลายฝ่ายมองว่าแตกต่างออกไป เพราะแรงขับเคลื่อนหลักมาจาก AI

Bank of America ระบุว่าปี 2569 อาจเป็น "Supercycle" รอบใหม่ที่เทียบได้กับยุคทองของอุตสาหกรรมชิปในทศวรรษ 1990 โดยคาดว่าตลาด High Bandwidth Memory (HBM) จะมีมูลค่าสูงถึง 5.46 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 58% จากปีก่อน

ขณะที่ TrendForce คาดว่าราคา DRAM จะเพิ่มขึ้น 55-60% และ NAND Flash เพิ่มขึ้น 33-38% ในไตรมาสแรกของปี 2569 จากความต้องการของผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่และผู้ผลิต AI Server ที่เร่งกว้านซื้อหน่วยความจำจำนวนมาก

เมื่อความต้องการ AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ผลิตอย่าง Samsung และ SK Hynix จึงทยอยปรับขึ้นราคา HBM และหันกำลังการผลิตไปยังตลาดที่มีความต้องการสูงกว่า ส่งผลให้หน่วยความจำสำหรับอุปกรณ์ทั่วไปมีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้นตามไปด้วย

⚫️ แล้วคนทั่วไปได้รับผลกระทบอย่างไร?

ผลกระทบที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ มีรายงานจากแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมว่าผู้ผลิตอาจปรับลดกำลังการผลิต GeForce RTX 50 Series ลงราว 30-40% ท่ามกลางภาวะตึงตัวของหน่วยความจำ GDDR7 และความต้องการจากตลาด AI ที่เพิ่มขึ้น

ผลกระทบยังลามไปถึงตลาดสมาร์ตโฟนและ PC ที่คาดว่าจะหดตัว 12.9% และ 11.3% ตามลำดับ โดยภาวะตึงตัวของหน่วยความจำเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมดังกล่าว

⚫️ แล้วไทยกำลังเดินเกมยังไง?

คำตอบคือ ไทยอาจไม่ได้เป็นผู้เล่นหลักในตลาด HBM เพราะเกมนี้ถูกครองโดยบริษัทที่ลงทุนสะสมเทคโนโลยีมานานหลายทศวรรษ

แต่แทนที่จะไล่ตามคลื่นลูกแรก ไทยกำลังเลือกสร้างตำแหน่งของตัวเองในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ ผ่านแผน National Semiconductor Roadmap 2050 ที่ตั้งเป้าดึงการลงทุนกว่า 2.5 ล้านล้านบาท และพัฒนาบุคลากรกว่า 230,000 คน

ปัจจุบันไทยมีบทบาทในหลายส่วนของอุตสาหกรรม ตั้งแต่การผลิต PCB การประกอบและทดสอบชิป (OSAT) ไปจนถึงการเป็นฐานการผลิต HDD ที่สำคัญของโลก แม้อาจไม่ได้แข่งขันในตลาด HBM โดยตรง แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการเติบโตของ Data Center และ AI

พูดง่ายๆ คือ ไทยอาจไม่ได้เป็นคนขุดทองเอง แต่กำลังพยายามเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจที่ทำให้เหมืองทองเดินต่อได้

วิกฤตชิปรอบนี้อาจไม่ได้เกี่ยวกับ RAM เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวกับการแย่งชิงทรัพยากรในยุค AI

เมื่อ Data Center กลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของโลก ผู้ผลิตชิปจึงมีเหตุผลที่จะจัดสรรชิปให้กับตลาดนี้ก่อน

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นคือ โทรศัพท์มือถืออาจมีราคาสูงขึ้น คอมพิวเตอร์บางรุ่นอาจหาซื้อได้ยากขึ้น และการ์ดจออาจต้องใช้เวลารอนานกว่าเดิม

ไม่ใช่เพราะโลกผลิตชิปได้น้อยลง แต่เพราะทรัพยากรการผลิตจำนวนมากกำลังถูกส่งไปสนับสนุนการ
แข่งขันด้าน AI ที่กำลังร้อนแรงที่สุดในเวลานี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถอดรหัสโรดแมป_AI_ปี_2569_เมื่อไทยอยากเป็น_ตัวท็อป_ด้าน_AI_ในอาเซียน_ต้องเริ่มจากตรงไหน

ถอดรหัสโรดแมป AI ปี 2569 เมื่อไทยอยากเป็น “ตัวท็อป” ด้าน AI ในอาเซียน ต้องเริ่มจากตรงไหน?

ถ้าพูดถึงการแข่งขันในสมรภูมิ AI ระดับโลก เรามักจะเห็นภาพมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ หรือจีน สู้กันด้วยเม็ดเงินมหาศาล และการพัฒนาระบบให้ล้ำหน้าที่สุด

clock1 วันที่แล้ว
ครึ่งปีแห่งความล้มเหลว_เมื่อการโจมตีไซเบอร์ปี_2026_สะท้อนว่าบทเรียนเดิมยังคง_ถูก_ทดสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ต่างประเทศธุรกิจไอที

ครึ่งปีแห่งความล้มเหลว เมื่อการโจมตีไซเบอร์ปี 2026 สะท้อนว่าบทเรียนเดิมยังคง ถูก “ทดสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

clock2 วันที่แล้ว
เมื่อ_สาขาธนาคาร_ไม่ใช่แต้มต่ออีกต่อไป_Virtual_Bank_จะเข้ามาพลิกโฉมอุตสาหกรรมการเงินไทยอย่างไร

เมื่อ "สาขาธนาคาร" ไม่ใช่แต้มต่ออีกต่อไป Virtual Bank จะเข้ามาพลิกโฉมอุตสาหกรรมการเงินไทยอย่างไร?

clock6 วันที่แล้ว