จับตา กระแส Human Digital Twin เมื่อทักษะของมนุษย์กลายเป็นข้อมูลฝึก AI
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

จับตา กระแส Human Digital Twin? เมื่อทักษะของมนุษย์กลายเป็นข้อมูลฝึก AI

ไม่นานมานี้ หลายคนอาจเห็นข่าว Meta เตรียมเก็บข้อมูลการใช้คอมพิวเตอร์ของพนักงาน ที่ไม่ใช่แค่ข้อมูลทั่วไป แต่เป็นการเอาพฤติกรรมเล็กๆ ระหว่างทำงาน ไปสอนให้ AI ทำตาม ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเมนูจาก Dropdown การเลื่อนเมาส์ หรือกดคีย์ลัดต่างๆ พอ AI เรียนรู้พฤติกรรมพวกนี้ได้แล้ว ก็สามารถนำไปช่วยทำงานแทนบางขั้นตอน หรือช่วยให้ระบบทำงานอัตโนมัติได้ใกล้เคียงกับวิธีที่คนทำงานจริงมากขึ้น

พนักงานกำลังสร้างข้อมูลเพื่อฝึก AI ที่อาจมาแทนตัวเองไปพร้อมกัน?

เพราะข้อมูลจากการทำงาน เช่น รูปแบบการทำงาน หรือกระบวนการในบางขั้นตอน ช่วยพัฒนา AI ให้เข้าใจ Workflow ของมนุษย์มากขึ้น ทำให้บริษัทอาจไม่จำเป็นต้องเพิ่มคนเยอะเหมือนเมื่อก่อนก็ได้ สอดคล้องกับประเด็นล่าสุดที่ Meta วางแผนเลิกจ้างพนักงาน 10% หรือกว่า 8,000 คน ในเดือน พ.ค. 69 

ซึ่งเป็นหนึ่งในกระแสที่หลายบริษัทกำลังค่อยๆ ลดบทบาทมนุษย์ลง และพยาพยามเทรน AI ด้วยข้อมูลการทำงานทุกอย่าง เพื่อมาทำงานในส่วนนั้นแทนคน แนวโน้มนี้ไม่ได้เกิดแค่บริษัทเทคฯ แต่เริ่มขยายไปหลายอุตสาหกรรม เช่น จีนเองก็มีแนวคิด Human digital twin ของแรงงาน ที่บริษัทเริ่มเก็บข้อมูลพฤติกรรมการทำงานของพนักงาน วิธีคิด วิธีตัดสินใจ ไปฝึกให้ AI ทำงานแทนในบางตำแหน่ง โดยเฉพาะงานธุรการและงานดูแลระบบ

ด้านอุตสาหกรรมบันเทิงก็ไม่แพ้กัน แพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงชื่อดังของจีน ประกาศปรับโครงสร้างองค์กร และนำแผน AI เข้ามาให้มีบทบาทในการผลิตคอนเทนต์ ทั้งหนังและซีรีส์ในอนาคต พร้อมเปิดแผน “AI Talent Database” หรือการใช้ฐานข้อมูลนักแสดง มาสร้างตัวละครเสมือน โดยระบุว่ามีนักแสดงกว่า 117 คนสนใจเข้าร่วม 

มุมขององค์กร มันคือ Efficiency ที่สูงขึ้น ต้นทุนลดลง และงานไหลลื่นขึ้น

มุมของคนทำงาน อาจสื่อได้ว่า มนุษย์กำลังเป็นชุดข้อมูลที่ถูกเรียนรู้ได้ มากกว่าเป็นคนทำงานหรือไม่ และการมีระบบ AI เข้ามาติดตาม พร้อมวัดพฤติกรรมอย่างละเอียด พนักงานไม่น้อยรู้สึกเหมือนถูกจับตามองและถูกประเมินตลอดเวลา เพราะทุกการกระทำถูกแปลงเป็นข้อมูลและตัวชี้วัดประสิทธิภาพได้ทั้งหมด มากกว่าจะได้รับความไว้วางใจให้ทำงานอย่างอิสระ

อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงคือ การเก็บและติดตามข้อมูลการทำงานแบบนี้ เข้าข่ายสอดส่องพนักงานหรือไม่ เพราะเคยมีกรณีที่คล้ายกันของ Amazon ที่ใช้ระบบอัตโนมัติติดตามประสิทธิภาพพนักงานคลังสินค้า เช่น วัดช่วงเวลาที่ไม่ได้ทำงาน และใช้เป็นเกณฑ์ประเมิน หากไม่ผ่านมาตรฐาน ระบบอาจมีส่วนในกระบวนการพิจารณาเลิกจ้าง ทำให้ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการลดความเป็นมนุษย์ในงาน เหลือแค่ตัวเลขประสิทธิภาพ โดยหลายคนมองว่าวิธีแบบนี้ตัดสินโดยไม่ได้คำนึงถึงสถานการณ์หรือความยากของงานจริง

เพราะงานหลายอย่างต้องอาศัยการสื่อสาร การอ่านสถานการณ์ และการปรับตัวหน้างาน ซึ่งเป็นเรื่องระหว่างคนกับคน ที่ค่อนข้างยืดหยุ่น ซึ่งรายงานจาก Research.com ก็ระบุว่า AI ช่วยได้แค่เรื่องข้อมูล แต่ยังทำสิ่งเหล่านี้แทนคนไม่ได้

แต่ Human Digital Twin คือแนวคิดที่พยายามข้ามข้อจำกัดนั้น

หากในอนาคต Human Digital Twin ถูกพัฒนาไปไกลมากขึ้น งานบางส่วนอาจถูกแทนด้วย AI ทำให้การจ้างงาน ทำให้บางตำแหน่งคนลดลงหรือหายไป แต่สิ่งที่จะมีค่าขึ้นคือข้อมูล เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้ AI ทำงานได้ดีขึ้น หลายธุรกิจจึงอาจเริ่มให้ความสำคัญกับข้อมูลและระบบมากกว่าแรงงานคนแบบเดิม ซึ่งระยะยาวอาจส่งผลต่อทั้งโครงสร้างการจ้างงานและเศรษฐกิจโดยรวม

Human Digital Twin จึงเป็นแนวคิดที่อาจทำให้บทบาทของมนุษย์ในเศรษฐกิจเปลี่ยนไปพร้อมกัน ที่จะกระทบทั้งงาน อาชีพ และรูปแบบการจ้างงานในอนาคตอย่างชัดเจน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จีนเร่งวางกติกาคุม_AI_หลัง_AI_เริ่มคิดและลงมือทำเองเก่งขึ้น_จนเสี่ยงหลุดควบคุม
ต่างประเทศสังคม

จีนเร่งวางกติกาคุม AI หลัง AI เริ่มคิดและลงมือทำเองเก่งขึ้น จนเสี่ยงหลุดควบคุม?

วันนี้ AI กำลังก้าวพ้นบทบาทของแชทบอทที่คอยตอบคำถาม ไปสู่ยุคของ AI Agent หรือระบบ AI ที่สามารถคิด วางแผน และลงมือทำงานหลายขั้นตอนแทนมนุษย์ได้ด้วยตัวเองมากขึ้น

clock11 ชั่วโมงที่แล้ว
รัฐย้ำ_ไรเดอร์ที่วิ่งงานผ่านแอปฯ_ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะภายในวันที่_30_ก_ย_นี้_ฝ่าฝืนเสี่ยงโดนระงับบัญชี

รัฐย้ำ! ไรเดอร์ที่วิ่งงานผ่านแอปฯ ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ฝ่าฝืนเสี่ยงโดนระงับบัญชี

clock17 ชั่วโมงที่แล้ว
Muse_ใช้_AI_โทรแล้วคนไม่อยากคุยด้วย_Meta_เลยทดลองให้คนจริงโทรแทน_แต่ดันจุดประเด็นความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ซะงั้น
ต่างประเทศสังคม

Muse ใช้ AI โทรแล้วคนไม่อยากคุยด้วย Meta เลยทดลองให้คนจริงโทรแทน แต่ดันจุดประเด็นความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ซะงั้น

clock20 ชั่วโมงที่แล้ว