
⚫️ AI ไม่ใช่เทคโนโลยีแรกที่ถูกมองว่าเป็นไปไม่ได้?
ปี 1878 Thomas Edison ประกาศว่าเขากำลังพัฒนาระบบไฟฟ้าที่จะทำให้ “ตะเกียงก๊าซ” ซึ่งเป็นแหล่งแสงสว่างหลักในยุคนั้น ล้าสมัยไปในชั่วพริบตา
แต่ในเวลานั้น หลายคนมองว่าแนวคิดนี้ไกลเกินจริง การนำไฟฟ้าเข้าสู่บ้านเรือนจำนวนมากยังเต็มไปด้วยข้อกังวล ทั้งเรื่องต้นทุน ความปลอดภัย และผลกระทบต่อสุขภาพ
แม้ Edison จะเปิดโรงไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แห่งแรกในนครนิวยอร์กได้สำเร็จในปี 1882 แต่กว่าที่สังคมจะยอมรับไฟฟ้าในฐานะส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันก็ต้องใช้เวลาอีกหลายปี
แต่ทุกวันนี้ เราใช้ไฟฟ้ากันเป็นเรื่องปกติ จนลืมไปว่าครั้งหนึ่งผู้คนเคยมองว่าเทคโนโลยีนี้อันตรายเกินกว่าจะนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน
ปี 1995 Clifford Stoll นักดาราศาสตร์และนักเขียนด้านเทคโนโลยี เขียนบทความชื่อ "The Internet? Bah!" โดยแสดงความคิดเห็นว่าอินเทอร์เน็ตจะไม่มีวันกลายเป็นสิ่งที่คนทั่วไปใช้งานได้จริง
แต่หลายปีต่อมา เขายอมรับด้วยตัวเองว่า "ในบรรดาความผิดพลาดทั้งหมดที่ผมเคยทำ ไม่มีครั้งไหนถูกพูดถึงมากเท่าความผิดพลาดในปี 1995"
ทั้งไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตมีเรื่องราวคล้ายกัน เทคโนโลยีใหม่มักมาพร้อมความไม่เชื่อ ความกลัว และคำทำนายว่าจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ
⚫️ เมื่อความหวังนำหน้าเทคโนโลยี?
เรื่องของ AI ไม่ได้เริ่มต้นจากห้องแล็บในซิลิคอนวัลเลย์ แต่เริ่มขึ้นตั้งแต่ทศวรรษ 1950 เมื่อเหล่านักวิทยาศาสตร์เริ่มเชื่อว่า "เครื่องจักรคิดได้" อาจไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม
ปี 1957 Herbert Simon หนึ่งในผู้บุกเบิกวงการ AI และผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ กล่าวในการบรรยาย Operations Research Society of America ว่า
"ขณะนี้มีเครื่องจักรในโลกที่สามารถคิด เรียนรู้ และสร้างสรรค์ได้แล้ว และความสามารถเหล่านี้จะพัฒนาอย่างรวดเร็ว"
เขายังทำนายอีกว่าภายใน 10 ปี คอมพิวเตอร์จะก้าวขึ้นเป็นแชมป์หมากรุกโลก
ฟังดูเป็นคำทำนายที่มั่นใจมาก แต่ความก้าวหน้าของ AI กลับช้ากว่าที่นักวิจัยในยุคนั้นคาดการณ์ไว้มาก
⚫️ เมื่อความหวังกลายเป็นความผิดหวัง?
เมื่อความเป็นจริงไม่เป็นไปตามความคาดหวัง สิ่งที่ตามมาคือความผิดหวัง
ในช่วงปี 1974–1980 วงการ AI เข้าสู่ "AI Winter" คือ เงินทุนวิจัยลดลง ความสนใจจากรัฐบาลและภาคเอกชนหดหาย และความเชื่อมั่นต่อ AI ก็ลดลงอย่างมาก
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญคือรายงาน Lighthill ปี 1973 ที่รัฐบาลอังกฤษสั่งให้ประเมิน AI และพบว่าเทคโนโลยียังห่างไกลจากเป้าหมายที่เคยประกาศไว้ ส่งผลให้หลายประเทศลดการสนับสนุนงานวิจัยด้าน AI
ผลลัพธ์คือวงการ AI เข้าสู่ช่วงซบเซา งานวิจัยลดลง และนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่จำนวนมากหันไปทำงานในสาขาอื่น
แม้ AI Winter ครั้งแรกจะสิ้นสุดลงในช่วงต้นทศวรรษ 1980 แต่ต่อมาก็เกิดขึ้นอีกครั้งในช่วงปี 1987–1993 กลายเป็นวงจรที่เกิดขึ้นแบบวนลูป
เมื่อ AI เริ่มพิสูจน์ตัวเอง
ปี 2012 เกิดจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ AI เมื่อ Alex Krizhevsky, Ilya Sutskever และ Geoffrey Hinton จากมหาวิทยาลัยโตรอนโต เปิดตัว AlexNet โมเดล Deep Learning ที่เข้าร่วมการแข่งขันจำแนกรูปภาพ ImageNet
AlexNet ทำผลงานเหนือกว่าคู่แข่งอย่างขาดลอย โดยมีอัตราความผิดพลาด 15.3% เทียบกับ 26.2% ของอันดับสอง ความสำเร็จครั้งนี้พิสูจน์ว่า Deep Learning สามารถแก้ปัญหาที่เคยยากมากได้จริง และทำให้ AI กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง
ในปี 2016 Google DeepMind นำ AlphaGo เข้าแข่งขันโกะกับ Lee Sedol หนึ่งในนักเล่นโกะที่ดีที่สุดในโลก ขณะนั้นผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากยังเชื่อว่า AI ต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะเอาชนะผู้เล่นระดับนี้ได้
แต่ผลลัพธ์คือ AlphaGo ชนะ 4–1
ระหว่างการแข่งขัน หมากเดินที่ 37 ของ AlphaGo ในเกมที่สองสร้างความประหลาดใจให้กับวงการโกะ เพราะเป็นการตัดสินใจที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่าแปลกและคาดไม่ถึงในตอนแรก
⚫️ วันที่ AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
ผลจาก AlphaGo ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องแข่งขัน เพราะหลังจากนั้น รัฐบาลและบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกเริ่มลงทุนใน AI อย่างจริงจัง และวงการ AI ก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง
หกปีต่อมา ในปี 2022 OpenAI เปิดตัว ChatGPT ภายใน 5 วัน มีผู้ลงทะเบียนใช้งานมากกว่า 1 ล้านคน และเพียง 2 เดือนหลังเปิดตัว จำนวนผู้ใช้งานต่อเดือนก็ทะลุ 100 ล้านคน
สิ่งที่นักวิจัยในยุค 1950 เคยจินตนาการถึง เครื่องจักรที่สามารถคิด เรียนรู้ และสร้างสรรค์ได้ เริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก
หากมองย้อนกลับไป เหตุผลที่ผู้คนจำนวนมากไม่เชื่อว่า AI จะเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะแนวคิดเรื่องเครื่องจักรคิดได้ไร้สาระ แต่เพราะในช่วงเวลานั้น เทคโนโลยีพื้นฐานยังไม่พร้อม ทั้งพลังประมวลผล ปริมาณข้อมูล และความก้าวหน้าของอัลกอริทึม ทำให้ความฝันเดินนำหน้าความเป็นจริงไปหลายสิบปี
ประวัติศาสตร์ของ AI แสดงให้เห็นว่า สิ่งที่ดูเป็นไปไม่ได้ในช่วงเวลาหนึ่ง อาจกลายเป็นเรื่องปกติในอีกช่วงเวลาหนึ่งก็ได้
ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และ AI ต่างเคยผ่านช่วงที่ผู้คนไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นจริง แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปถึงจุดหนึ่ง สิ่งเหล่านั้นก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
และหลายครั้งในประวัติศาสตร์ สิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นไปไม่ได้ กลับเกิดขึ้นจริงในที่สุด และบ่อยครั้งก็เร็วกว่าที่ใครคาดไว้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“เอกนัฏ” จ่อรื้อโครงสร้างค่าไฟทั้งระบบ เล็งให้ Data Center จ่ายแพงขึ้น หวังลดภาระประชาชน
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างศึกษาการปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟฟ้าทั้งระบบ


