สรุป Tech Trends 2026 ของวิจัยกรุงศรี กับกลุ่มเทคโนโลยีที่น่าจับตามองในปีนี้
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

สรุป Tech Trends 2026 ของวิจัยกรุงศรี กับกลุ่มเทคโนโลยีที่น่าจับตามองในปีนี้

ชวนส่องกลุ่มเทคโนโลยีที่น่าจับตามองในปี 2026 จากบทความวิจัยกรุงศรี ว่ามีอะไรบ้างที่ปีนี้มาแน่ ตั้งแต่การใช้เริ่มทำงานแทนคนจริงจัง การแพทย์ การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนเพื่อลดต้นทุนพลังงาน และแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม ผ่าน 4 แกนหลัก คือ Wireless Connectivity, AI, Biotech และ Sustainability

เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายในยุคใหม่แบบอัปเกรด

ต่อให้ AI เก่งแค่ไหน ถ้าการเชื่อมต่อช้า ทุกอย่างก็สะดุด ซึ่งในปีนี้ 6G คาดการณ์ไว้ว่าจะเร็วกว่า 5G ได้ถึงระดับ 100 เท่า โดยใช้ย่านความถี่ THz และลดความหน่วงลงไปแตะระดับ 0.1 มิลลิวินาที ซึ่งไม่ได้แปลว่าอินเทอร์เน็ตจะแรงขึ้นอย่างเดียว แต่บริการที่ต้องการความเรียลไทม์ อย่างเช่น โรงงานอัจฉริยะ ระบบขนส่งอัตโนมัติ หรือการสื่อสารแบบสมจริง จะทำงานได้ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ที่น่าสนใจคือเครือข่าย 6G นั้นยังถูกออกแบบให้ ปลอดภัยขึ้นด้วยแนวคิด Quantum และ AI ที่เน้นการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนมากขึ้นอีกด้วย

AI ปีนี้จะไม่ใช่แค่การ “ทำตามสั่ง” แต่จะช่วยทำงานแทนคน

AI ยุคใหม่ที่กำลังเปลี่ยนบทบาทจากผู้ช่วยตอบคำถาม ไปสู่ผู้ช่วยที่ลงมือทำแทน ที่ทำงานเป็นกระบวนการได้เอง โดยเฉพาะ Agentic AI ที่สามารถวางแผน ตัดสินใจ และจัดการงานซับซ้อนแบบต้นจนจบได้ ไปจนถึงประสานงานหลายเครื่องมือในครั้งเดียว

รวมถึงยังมี Physical AI หรือ AI ที่สามารถรับรู้ เข้าใจ และมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมภายนอกได้ เช่น หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ และเพื่อให้ AI เข้าถึงได้มากขึ้นอีก จึงมีแนวคิด Small Language Model (SLM) หรือโมเดลขนาดเล็กเฉพาะทางที่ ต้นทุนต่ำ ใช้ทรัพยากรน้อย และสามารถประมวลผลบนอุปกรณ์ทำให้ AI สามารถประมวลผลด้วยอุปกรณ์รอบตัวเราได้ แถมยังปรับแต่งการใช้งานเฉพาะทางได้ง่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่าเดิม

โดยในปี 2568 World Economic Forum ได้จัดอันดับให้ ลายน้ำสำหรับเนื้อหาที่สร้างด้วย AI (Generative Watermarking) เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่น่าจับตามอง โดยจะถูกฝังอยู่ในเนื้อหาที่สร้างโดย AI เช่น ข้อความ รูปภาพ หรือวิดีโอ เพื่อช่วยตรวจสอบแหล่งที่มาของคอนเทนต์และลดปัญหาการบิดเบือนข้อมูลได้มากกว่าเดิม

เทคโนโลยีชีวภาพที่ช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านการรักษา

CRISPR-Cas9 คือเทคโนโลยีแก้ไขยีนที่ช่วยแก้ความผิดปกติของยีนได้ “แม่นยำและเป็นระบบ” มากขึ้น โดยงานทดลองบางส่วนชี้ว่า CRISPR อาจพัฒนาไปถึงการแก้ “ต้นเหตุของโรค” ในบางภาวะ เช่น ดาวน์ซินโดรม แต่ยังต้องใช้เวลาอีกมากก่อนใช้จริงในวงกว้าง

อีกประเด็นที่น่าจับตาคือ การปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ เช่น ไตหมูดัดแปลงพันธุกรรม ที่เริ่มได้รับอนุมัติให้ทดลองกับผู้ป่วยบางกลุ่ม เพื่อลดปัญหาอวัยวะขาดแคลนในอนาคต

นอกจากนี้ ยากลุ่ม GLP-1 ก็ถูกพูดถึงมากขึ้นในด้านการรักษาโรคสมองและระบบประสาท โดยมีแนวโน้มช่วย ชะลอความเสื่อมในผู้ป่วยพาร์กินสัน และอาจต่อยอดไปสู่การช่วยลดการอักเสบในระบบประสาท รวมถึงโรคสมองอื่น ๆ สะท้อนว่าตลาดสุขภาพเติบโตอย่างต่อเนื่องจากเทคโนโลยีการแพทย์ที่พัฒนาเร็วขึ้นเรื่อย ๆ

เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนและพลังงานสะอาด

เราอยู่ในยุคที่ทุกคนต่างรู้ว่าผลพวงของการเติบโตทางเทคโนโลยีนั้น กำลังกลืนสิ่งแวดล้อมให้แย่ลงไปเรื่อยๆ แบบไม่รู้ตัว ฉะนั้นการมีบาลานซ์ในเมกะเทรนด์ก็เป็นสิ่งสำคัญ

ซึ่งในบทความวิจัยก็พูดถึงเทคโนโลยีด้านพลังงานและคาร์บอน อย่าง CCUS หรือการดักจับและกักเก็บคาร์บอน โดยเริ่มถูกนำใช้ในอุตสาหกรรมเพิ่ม เช่น นำคาร์บอนไปใช้ผลิตเชื้อเพลิงหรือวัสดุก่อสร้าง และเป็นตัวเร่งสำคัญสู่เป้าหมาย Net Zero

รวมถึงยังมีเทคโนโลยีพลังงานใหม่อย่าง Osmotic Power หรือ Blue Energy คือวิธี “ผลิตไฟฟ้าจากน้ำ” แบบใหม่ ใช้หลักการเอาน้ำจืดกับน้ำทะเลมาชนกัน เพราะความเค็มต่างกันมันมีแรงดันตามธรรมชาติ ที่สามารถดึงพลังงานตรงนี้ออกมาเป็นไฟฟ้าได้ โดยมี 2 รูปแบบการผลิตคือ PRO และ RED

ข้อดีของมันคือ กระทบสิ่งแวดล้อมน้อย และ ผลิตไฟได้ค่อนข้างสม่ำเสมอกว่าโซลาร์หรือกังหันลมแถมอนาคตอาจเอาไปต่อกับระบบบำบัดน้ำได้ด้วย เลยเหมาะกับพื้นที่ปากแม่น้ำหรือชายฝั่ง ที่น้ำจืดกับน้ำทะเลเจอกันอยู่แล้ว

ซึ่งตอนนี้หลายประเทศเริ่มทำจริงแล้ว เช่นบริษัทฝรั่งเศส Sweetch Energy เปิดโรงงานผลิตเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบนี้ และบริษัทเดนมาร์ก SaltPower ก็พัฒนาเยื่อกรองให้ทนความเค็มและแรงดันสูง เพื่อให้เอาไปใช้ผลิตไฟได้ในระดับจริงจังมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมี Elastocalorics หรือเทคโนโลยีทำความร้อน-ความเย็นแบบ “สถานะของแข็ง” ซึ่งใช้การ ดึง หรือกดโลหะบางชนิด ให้เกิดความร้อนหรือความเย็น แทนแอร์แบบเดิม (HVAC) จากการพึ่งสารทำความเย็น จุดเด่นคือ ใช้พลังงานน้อยกว่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้นปี 2568 นักวิจัย HKUST ก็ได้ทำระบบระดับกิโลวัตต์ได้ครั้งแรก ที่ช่วยลดอุณหภูมิได้เร็ว เสถียร และไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย

สรุปแล้วข้อมูลเทรนด์ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่การชี้ว่าจะต้องตามทุกเทรนด์เทคโนโลยีที่เกิดขึ้น แต่องค์กรหรือผู้ใช้งานต้องตอบให้ได้ว่า ความต้องการใช้งานที่แท้จริงของตนเองคืออะไร เพื่อที่จะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ได้อย่างเหมาะสม และตอบโจทย์ปัญหาได้ตรงจุด เพราะการใช้เทคโนโลยีเป็นจะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้มากขึ้น

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยี ที่จะพัฒนาและยกระดับประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าได้ที่ Tech Movement

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สเปนประกาศเตรียมห้ามเด็กใช้โซเชียล_พร้อมเอาผิดผู้บริหารหากปล่อยเนื้อหาผิดกฎหมาย
ต่างประเทศสังคม

สเปนประกาศเตรียมห้ามเด็กใช้โซเชียล พร้อมเอาผิดผู้บริหารหากปล่อยเนื้อหาผิดกฎหมาย

รัฐบาลสเปนประกาศแผนมาตรการเข้มงวดควบคุมโซเชียลมีเดีย โดยจะเสนอร่างกฎหมายห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

clock3 ชั่วโมงที่แล้ว
สแกนม่านตาแลกเงินครั้งเดียว_แต่ข้อมูลอาจถูกใช้ซ้ำตลอดชีวิต

สแกนม่านตาแลกเงินครั้งเดียว แต่ข้อมูลอาจถูกใช้ซ้ำตลอดชีวิต

clock4 ชั่วโมงที่แล้ว
ทำไมวัยทำงานเป็นเหยื่อโจรออนไลน์สูงที่สุด_แม้เข้าใจเทคโนโลยีมากที่สุด

ทำไมวัยทำงานเป็นเหยื่อโจรออนไลน์สูงที่สุด แม้เข้าใจเทคโนโลยีมากที่สุด ?

clock21 ชั่วโมงที่แล้ว