NSTIS STARS เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานวิจัย ยกระดับ Deep Tech ไทย
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

“NSTIS & STARS” เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานวิจัย ยกระดับ Deep-Tech ไทย

Clock Icon

19 มิถุนายน 2569

เดิมทีการทำงานแบบแยกส่วนของแต่ละหน่วยงานที่มีฐานข้อมูล ทรัพยากร และกระบวนการจัดสรรงบประมาณเป็นของตัวเอง ซึ่งทำให้นักวิจัย หรือผู้ประกอบการ ที่ต้องการเข้าถึงเครื่องมือวิทยาศาสตร์หรือห้องปฏิบัติการ มักต้องใช้เวลาและต้นทุนจำนวนมาก เพื่อหาว่าทรัพยากรที่ต้องการอยู่ที่ไหน และใครเป็นผู้ดูแล

ยิ่งไปกว่านั้น โครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ลงทุนไปจำนวนมาก กลับถูกใช้งานไม่เต็มศักยภาพ เพราะขาดกลไกกลางในการเชื่อมโยงผู้ต้องการกับผู้ให้บริการ

⚫️ “Open Sci. Connect Platform” กลไกใหม่ที่ตอบโจทย์ระบบนิเวศวิจัย

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เปิดตัว "NSTIS & STARS Open Sci. Connect Platform" เพื่อใช้ในการขับเคลื่อน ระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรม ถือเป็นนวัตกรรมเชิงกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของการเชื่อมโยง

ระบบฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดยแพลตฟอร์มเชื่อมระบบฐานข้อมูล 3 แพลตฟอร์ม ให้ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ ประกอบด้วย

1. NSTIS (National Science and Technology Infrastructure System) ระบบข้อมูลกลางทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่ภาครัฐลงทุนเพื่อเพิ่มอัตราการใช้ประโยชน์ทรัพยากรของภาครัฐอย่างคุ้มค่าที่สุด ระบบนี้เหมาะสำหรับ SME, กลุ่มอาจารย์นักวิจัยและนวัตกรภาคเอกชน, หน่วยงานผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน

2. STARS (Science and Technology Appropriation Request System) ระบบสารสนเทศระดับชาติสำหรับการบริหารจัดการด้านงบประมาณโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ถูกออกแบบให้ตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม รวมถึงสนับสนุนการเติบโตของ Deep-Tech Startup

3. NRIIS (National Research and Innovation Information System) ระบบสารสนเทศระดับชาติสำหรับบริหารจัดการทุนและข้อมูลทางด้านวิจัยและนวัตกรรมภาพรวมของประเทศ ครอบคลุมหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัย (PMU) ทั้ง 9 แห่ง และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสถาบันอุดมศึกษา สถาบันวิจัย และผู้ทรงคุณวุฒิประเมินผลงาน

⚫️ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และ Deep-Tech Startup

การทำงานร่วมกันของระบบเหล่านี้ได้สร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อการพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศ โดยสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมรวมมูลค่ากว่า 5,500 ล้านบาท พร้อมทั้งสนับสนุนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมากกว่า 2,260 ล้านบาท

นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานที่เข้าถึงง่ายขึ้นยังช่วยกระตุ้นการลงทุนด้านการวิจัย และพัฒนาจากภาคเอกชน สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์นวัตกรรม และผลักดันการต่อยอดเทคโนโลยีสู่ผู้ประกอบการ Deep-Tech Startup ซึ่งได้รับการสนับสนุนไปแล้วกว่า 30 ราย

⚫️ ก้าวต่อไปของการ “ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน”

การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นว่า การนำเทคโนโลยีมาเชื่อมโยงข้อมูลและทรัพยากรของชาติ ไม่เพียงแต่ช่วยลดข้อจำกัดในการวิจัยและพัฒนา แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงทรัพยากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมได้อย่างเท่าเทียมและมีประสิทธิภาพ ที่จะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาวต่อไป

ที่มา : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐฯ_สั่งตรวจสอบ_DoorDash_หลังพบว่าใช้โมเดล_AI_จากจีน
ต่างประเทศธุรกิจไอที

สหรัฐฯ สั่งตรวจสอบ DoorDash หลังพบว่าใช้โมเดล AI จากจีน

ผู้ก่อตั้ง DoorDash โพสต์บน X เล่าถึงประสบการณ์ที่บริษัทได้ลองใช้ AI สัญชาติจีนอย่าง Kimi K2.6 โดยพบว่าทำงานได้ดีและราคาถูกกว่าที่เคยใช้ ซึ่งฟังดูเป็นเรื่องปกติที่บริษัทเทคโนโลยีทำกันทั่วไป หลังจากนั้น สภาคองเกรสได้ส่งหนังสือถึง DoorDash เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับการใช้โมเดล AI ที่พัฒนาในประเทศจีน หลังเกิดข้อกังวลว่าบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ อาจนำ AI จากจีนมาใช้

clock13 ชั่วโมงที่แล้ว
จีนออกกฎหมายคุ้มครองการออกแบบชิป_พร้อมพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ
ต่างประเทศธุรกิจไอที

จีนออกกฎหมายคุ้มครองการออกแบบชิป พร้อมพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ

clock14 ชั่วโมงที่แล้ว
ทำไม_Google_ถึงถอย_เมื่อเปิด_AI_สร้างภาพบน_Google_Earth_ได้ไม่ถึง_24_ชั่วโมง_ก็ต้องปิดฟีเจอร์ซะงั้น
ต่างประเทศธุรกิจไอที

ทำไม Google ถึงถอย! เมื่อเปิด AI สร้างภาพบน Google Earth ได้ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก็ต้องปิดฟีเจอร์ซะงั้น

clock15 ชั่วโมงที่แล้ว