
ปัจจุบันไทยมีผู้สูงอายุมากกว่า 14 ล้านคน การดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของคนวัยนี้จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาการหกล้มที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และทำให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรง การประเมินความเสี่ยงและป้องกันล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคระบุว่า ในแต่ละปีมีผู้สูงอายุไทยกว่า 1 ใน 3 หรือราว 4 ล้านคน เผชิญกับปัญหาการหกล้มในแต่ละปี แม้แต่ในบ้านของตัวเอง ผู้สูงอายุก็เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งสาเหตุไม่ได้เกิดจากปัญหาสุขภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในบ้านด้วย เช่น พื้นลื่น แสงสว่างไม่พอ หรือมีสิ่งของวางขวางทางเดิน ปัจจัยเหล่านี้ก็เพิ่มความเสี่ยงให้ผู้สูงอายุที่เดินลำบากหรือทรงตัวไม่มั่นคงได้เช่นกัน
โดยที่ผ่านมา การประเมินความเสี่ยงมักดำเนินการโดยบุคลากรในสถานพยาบาล ทำให้การเข้าถึงบริการในระดับชุมชนยังมีข้อจำกัด
การนำเทคโนโลยีมาช่วยประเมินความเสี่ยงจึงเป็นอีกแนวทางในการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ โดยพิจารณาทั้งปัจจัยด้านร่างกาย และสภาพแวดล้อมภายในบ้าน จึงถูกพัฒนาต่อยอดเป็นแอปพลิเคชัน “IE Fall Risk” ขึ้นมา
รู้จัก IE Fall Riskแอปฯ ประเมินความเสี่ยงของผู้สูงอายุ
การป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุต้องอาศัยทั้งการประเมินความเสี่ยงและการจัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จารุภา เลขทิพย์ ร่วมกับศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและการออกกำลังกาย (MoveSE) และศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมสารสนเทศ จึงพัฒนาแอปพลิเคชัน “IE Fall Risk” เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุและผู้ดูแลประเมินความเสี่ยงด้วยตนเอง พร้อมรับคำแนะนำสำหรับป้องกันการหกล้ม จุดสำคัญของแอปฯ คือการประเมินความเสี่ยง 2 ด้านที่เกี่ยวข้องกับการหกล้ม ดังนี้
ความเสี่ยงด้านร่างกาย: ใช้แบบประเมิน Stay Independent Brochure ฉบับภาษาไทย เพื่อประเมินความเสี่ยงจากปัจจัยด้านร่างกายของผู้สูงอายุ
ความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อมภายในบ้าน: ใช้แบบประเมิน Thai-HFHAT ซึ่งมีแบบสอบถาม 44 ข้อ เพื่อสำรวจปัจจัยเสี่ยงภายในที่อยู่อาศัย
หลังจากผู้ใช้งานกรอกข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านร่างกาย เช่น การทรงตัวและการเคลื่อนไหว รวมถึงข้อมูลสภาพแวดล้อมภายในบ้าน แอปฯ จะประมวลผลและให้คำแนะนำในการลดความเสี่ยงเฉพาะบุคคลโดยอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้สูงอายุและผู้ดูแลมองเห็นจุดที่ควรปรับปรุง ทั้งในด้านการดูแลร่างกายและการจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น
โดยทีมวิจัยจึงทดลองใช้แอปฯ กับบุคลากรสุขภาพและผู้สูงอายุในอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งความสะดวกในการใช้งานและความน่าเชื่อถือของผลการประเมินจากแอปฯ เพื่อดูว่าสามารถใช้งานได้จริงและประเมินความเสี่ยงได้แม่นยำแค่ไหน
ซึ่งผลที่ได้คือ แอปฯ IE Fall Risk ได้คะแนนเฉลี่ย 85.2 คะแนน จากการประเมิน System Usability Scale (SUS) อยู่ในระดับดีเยี่ยม นอกจากนี้ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Informatics ซึ่งทดสอบแบบประเมินกับผู้สูงอายุ 67 คน ก็พบว่า แบบประเมินด้านร่างกายและสภาพแวดล้อมภายในบ้านมีค่าความเชื่อมั่น 0.80 และ 0.77 ตามลำดับ และคะแนนยังมีความสัมพันธ์กับประวัติการหกล้ม สะท้อนถึงศักยภาพในการใช้คัดกรองความเสี่ยงได้อย่างดี
แต่ถึงอย่างนั้น ผลทดสอบก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าแอปฯ จะช่วยลดจำนวนครั้งของการหกล้มได้จริง เพราะการประเมินความเสี่ยงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการป้องกัน และยังต้องมีการศึกษาผลการใช้งานในระยะยาวเพิ่มเติม
สำหรับการพัฒนาขั้นต่อไป ทีมวิจัยมีแผนปรับแอปฯ ให้เหมาะกับผู้สูงอายุมากขึ้น เช่น เพิ่มขนาดตัวอักษร ระบบเสียงบรรยาย และวิดีโอแนะนำการใช้งาน พร้อมขยายการทดลองไปยังชุมชนอื่นๆ โดยปัจจุบันประชาชนทั่วไปสามารถดาวน์โหลด IE Fall Risk ได้ทั้งบน iOS และ Android
IE Fall Riskเป็นตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีมาช่วยสนับสนุนการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อทำให้การประเมินความเสี่ยงเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่ะการป้องกันการหกล้มให้ได้ประสิทธิภาพนั้นยังต้องอาศัยการดูแลสุขภาพร่างกายและการจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ปลอดภัยควบคู่กันไปด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมื่อพนักงานกับองค์กรเห็นอนาคตของเทคโนโลยีไม่ตรงกัน ผู้บริหารควรรับมือยังไง?
เมื่อ AI ไม่ได้ถูกพัฒนาเพื่อใช้งานในภาคธุรกิจหรืออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังถูกนำไปใช้ในปฏิบัติการทางทหาร คำถามเรื่องขอบเขตการใช้เทคโนโลยีจึงยิ่งสำคัญขึ้น

เมื่อพนักงานกับองค์กรเห็นอนาคตของเทคโนโลยีไม่ตรงกัน ผู้บริหารควรรับมือยังไง?

