
รัฐบาลเดินหน้ายกระดับการปราบ “บัญชีม้า” หลังปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังสร้างความเสียหายต่อเนื่อง
ล่าสุดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพิ่มการจำแนกบัญชีต้องสงสัยรูปแบบใหม่ในชื่อ “ม้าน้ำตาล” เพื่อใช้เฝ้าระวังบัญชีที่อาจถูกนำไปใช้ทำผิดกฎหมายโดยเจ้าของบัญชียังไม่รู้ตัว
โดยก่อนหน้านี้ ระบบติดตามบัญชีม้าของภาครัฐแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่
ม้าดำ บัญชีที่ถูกดำเนินคดีแล้ว
ม้าเทาเข้ม บัญชีที่มีผู้เสียหายแจ้งความและอยู่ระหว่างดำเนินคดี
ม้าเทาอ่อน บัญชีที่ธนาคารได้รับแจ้งเตือนว่ามีความเสี่ยง แต่ยังไม่มีการแจ้งความอย่างเป็นทางการ
ขณะที่ “ม้าน้ำตาล” ซึ่งเป็นกลุ่มใหม่ จะหมายถึงบัญชีที่ระบบตรวจพบเส้นทางการเงินผิดปกติ หรือมีพฤติกรรมเข้าข่ายบัญชีม้า แม้เจ้าของบัญชีอาจยังไม่รู้ว่าตัวเองกำลังถูกใช้เป็นช่องทางรับ-โอนเงินให้เครือข่ายอาชญากรรมทางการเงิน
โดยข้อมูลจากภาครัฐระบุว่า ปัจจุบันกลุ่มบัญชีลักษณะนี้มีเงินหมุนเวียนรวมกันมากกว่า 8,000 ล้านบาท ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งติดตามและปิดช่องโหว่ก่อนถูกนำไปใช้ขยายเครือข่ายฟอกเงินหรือหลอกลวงประชาชนเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ดีอียังเตรียมขยายความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน ทั้งสถาบันการเงิน ร้านทอง บริษัทแลกเงิน และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อช่วยตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงตรวจสอบบริษัทนอมินีที่อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรมไซเบอร์
อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือ “บัญชีม้าเยาวชน” โดยรัฐบาลกำลังหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อออกมาตรการควบคุมบัญชีของเด็กและเยาวชนอายุ 12-18 ปี เช่น การจำกัดวงเงินโอน หรือเพิ่มเงื่อนไขในการทำธุรกรรม หลังพบว่ามิจฉาชีพเริ่มใช้เยาวชนเป็นตัวกลางในการรับโอนเงินมากขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คนไทยต้องมีกี่ ID ถึงจะพอ? เมื่อระบบยืนยันตัวตนของรัฐควรรวมศูนย์ที่เดียวสักที
ในวันที่ภาครัฐมีทั้ง ThaiD, Digital ID (NDID) หรือแอปฯ ทางรัฐ ซึ่งล้วนถูกพัฒนามาเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการภาครัฐ แต่ในความเป็นจริง ผู้ใช้งานกลับยังต้องดาวน์โหลดหลายแอปฯ จำหลายบัญชี และยืนยันตัวตนซ้ำไปมาอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่ทุกระบบต่างก็ใช้ข้อมูลของ “คนๆเดียวกัน”


