
รูปแบบสงครามในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนไป ที่มุ่งเน้นการ ‘ทำลายระบบสำคัญ’ ระดับประเทศ เพื่อสร้างความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจ และหวังตัดฐานความมั่นคงของฝ่ายตรงข้าม
เป้าหมายของสงคราม ไม่ได้มีแค่การทำลายกำลังทหาร
ในอดีตของการทำสงคราม ประเทศที่มีอาวุธจำนวนมากมักถูกมองว่าได้เปรียบกว่า แต่วันนี้ความได้เปรียบถูกล็อกเป้าหมายโจมตี ไม่ได้มุ่งทำลายกำลังพลอย่างเดียว ซึ่งการโจมตีที่ดูจะได้ผลดี และยืดเยื้อน้อยที่สุด คือ การมุ่งเป้าไปที่ ระบบไฟฟ้า ระบบสื่อสาร ธนาคาร การขนส่ง หรือโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล เมื่อระบบเหล่านี้หยุดชะงัก ผลกระทบจะลุกลามไปทั้งเศรษฐกิจ และการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนทันที ที่สร้างความเสียหายได้มหาศาล
เมื่อ “จุดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ” กลายเป็นเป้าหมายสำคัญ
ตั้งแต่วันแรกที่สงครามเริ่มขึ้น จะเริ่มเห็นว่าสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายเลือกโจมตีมักเป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศที่สำคัญ ที่เปิดฉากโจมตีผู้นำสูงสุดของอิหร่านจนเสียชีวิต รวมถึงฐานทัพ ศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ จากนั้นอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐฯ อิสราเอล และพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงก่อกวนการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
นอกจากนี้ ยังเห็นได้ชัดจากเหตุโจมตีทางไซเบอร์ ที่ทำให้อินเทอร์เน็ตในอิหร่านใช้งานไม่ได้เป็นเวลานานกว่า 72 ชั่วโมง ส่งผลกระทบต่อการใช้สื่อโซเชียล แอปพลิเคชัน และการสื่อสารของภาครัฐ ขณะเดียวกัน กลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับอิหร่านก็ได้โจมตีหน่วยงานในสหรัฐฯ
รวมถึงการโจมตีทางไซเบอร์ต่อบริษัทอุปกรณ์การแพทย์ Stryker พร้อมมีการข่มขู่ว่าจะโจมตีโครงสร้างพลังงาน และศูนย์ข้อมูลอีกด้วย ซึ่งก่อนหน้านั้นมีการโจมตีศูนย์ข้อมูลของ AWS ที่สร้างความเสียหายให้ศูนย์ข้อมูล 2 แห่งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอีก 1 แห่งในบาห์เรน
สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน สะท้อนแนวคิดสงครามยุคใหม่ที่น่ากังวล
หากสิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญต่อความมั่นคงศัตรูหยุดชะงัก จะสร้างความอ่อนแรงจากภายใน ที่ทำให้การบริหารจัดการของรัฐยากขึ้น ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ และประชาชนจะรู้สึกถึงความไม่มั่นคง ทำให้เห็นว่า ความมั่นคงของประเทศในปัจจุบันขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ที่หากเกิดความเสียหาย ก็ต้องใช้เวลาฟื้นฟูเศรษฐกิจของตัวเองในระยะยาว เพื่อให้กลับมาดำเนินชีวิตอย่างปกติต่อไปได้
ท้ายที่สุดแล้ว สงครามไม่เคยส่งผลดีกับใคร เพราะไม่ว่าฝ่ายไหนจะได้เปรียบ ความเสียหายก็มักลามไปถึงเศรษฐกิจ ระบบสำคัญของประเทศ และชีวิตของคนในวงกว้าง การลดความเสี่ยงของความขัดแย้งอาจเป็นทางออกที่ทำได้ดีที่สุดในตอนนี้ โดยสร้างผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการพึ่งพากันทางเศรษฐกิจ เพื่อเน้นย้ำข้อดีของการพึ่งพากันและกัน
รวมถึงในแต่ละประเทศควรลงทุนเพื่อเสริมความยืดหยุ่นระบบสำคัญของตัวเอง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือวิกฤต ให้สามารถอยู่รอดและเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคงแม้อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนก็ตาม
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ธปท. ออกเกณฑ์คุมธุรกรรมเงินสด ตรวจเข้มธุรกรรมเสี่ยงสูง 5 ล้านบาทขึ้นไป สกัดฟอกเงินและคุ้มครองลูกค้า เริ่มใช้ 1 เม.ย. 69
ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ออกหลักเกณฑ์ใหม่ให้สถาบันการเงินดูแลธุรกรรมที่เกี่ยวกับเงินสดให้เข้มงวดขึ้น ป้องกันไม่ให้เงินสดถูกใช้เป็นช่องทางทำผิดกฎหมาย เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการทางการเงิน


