สวทช ปั้น New Growth Engine ดัน SMEs ยกระดับเศรษฐกิจไทยสู่ยุคนวัตกรรม
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

สวทช. ปั้น New Growth Engine ดัน SMEs ยกระดับเศรษฐกิจไทยสู่ยุคนวัตกรรม

Clock Icon

26 มิถุนายน 2569

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ภายใต้การนำของ ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้กำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่ "เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่" (New Growth Engine) โดยปรับบทบาทของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จากเดิมที่ดำเนินกิจกรรมขนานไปกับภาคเอกชน ให้หันมาทำหน้าที่เป็น "พี่เลี้ยง" ที่คอยหนุนเสริมอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง

ยุทธศาสตร์นี้ใช้หลักการวิศวกรรมย้อนกลับ (Reverse Engineering) เป็นกรอบคิดในการกำหนดเป้าหมายด้านการวิจัยและการศึกษา พร้อมสร้างระบบนิเวศ Open Innovation ผ่านความร่วมมือระหว่าง สวทช., NIA, สถาบันอุดมศึกษา และภาคเอกชน เพื่อยกระดับ SMEs และสตาร์ทอัพให้แข่งขันได้ในเวทีสากล ควบคู่ไปกับการดูแลความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) และการบรรลุเป้าหมาย Net Zero

⚫️ "Reverse Engineer" – พลิกวิธีคิดจากความสำเร็จสู่แนวทางปฏิบัติ

แนวทางการขับเคลื่อนประเทศผ่านการใช้วิธี วิศวกรรมย้อนกลับ (Reverse Engineer) เพื่อกำหนดแผนงานใน 2 มิติหลัก คือ มิติด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) และมิติด้านการศึกษา โดยวางบทบาทให้ สวทช. เป็นกลไกกลางในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน

หนึ่งใน Pain Point สำคัญของ SMEs คือ "งานวิจัยที่มีความเสี่ยงสูง" ซึ่งต้องใช้ทั้งเงินทุนและเวลามากเกินกว่าที่ผู้ประกอบการรายย่อยจะแบกรับได้ สวทช. จึงปรับบทบาทมารับผิดชอบงานวิจัยส่วนนี้โดยตรง รวมถึงสนับสนุนการ Reskill & Upskill เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมเดิมเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมถ่ายทอดเครื่องมือและองค์ความรู้ให้ภาคเอกชนนำไปต่อยอดในระดับ Mass Scale ได้เอง โดย สวทช. จะไม่เข้าไปดำเนินธุรกิจแข่งกับเอกชน

⚫️ ขับเคลื่อน "บัญชีนวัตกรรม" เต็มรูปแบบ

แผนงานดังกล่าวยังมุ่งบูรณาการหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. เข้าด้วยกัน โดยให้ สวทช. และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ร่วมกันขับเคลื่อน "บัญชีนวัตกรรม" อย่างเป็นระบบ โดย NIA ทำหน้าที่ประสานและบริหารจัดการ ขณะที่ สวทช. สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือ เพื่อเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพและ SMEs เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีแนวทางดึงสถาบันอุดมศึกษาและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเข้ามาร่วมสร้างระบบนิเวศ Open Innovation เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งสะท้อนถึงทิศทางที่ชัดเจนในการเชื่อมโยงนักวิจัย มหาวิทยาลัย SMEs และสตาร์ทอัพเข้าหากัน โดยมีเป้าหมายปลายทางคือการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนได้จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จีนเร่งวางกติกาคุม_AI_หลัง_AI_เริ่มคิดและลงมือทำเองเก่งขึ้น_จนเสี่ยงหลุดควบคุม
ต่างประเทศสังคม

จีนเร่งวางกติกาคุม AI หลัง AI เริ่มคิดและลงมือทำเองเก่งขึ้น จนเสี่ยงหลุดควบคุม?

วันนี้ AI กำลังก้าวพ้นบทบาทของแชทบอทที่คอยตอบคำถาม ไปสู่ยุคของ AI Agent หรือระบบ AI ที่สามารถคิด วางแผน และลงมือทำงานหลายขั้นตอนแทนมนุษย์ได้ด้วยตัวเองมากขึ้น

clock10 ชั่วโมงที่แล้ว
รัฐย้ำ_ไรเดอร์ที่วิ่งงานผ่านแอปฯ_ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะภายในวันที่_30_ก_ย_นี้_ฝ่าฝืนเสี่ยงโดนระงับบัญชี

รัฐย้ำ! ไรเดอร์ที่วิ่งงานผ่านแอปฯ ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ฝ่าฝืนเสี่ยงโดนระงับบัญชี

clock16 ชั่วโมงที่แล้ว
Muse_ใช้_AI_โทรแล้วคนไม่อยากคุยด้วย_Meta_เลยทดลองให้คนจริงโทรแทน_แต่ดันจุดประเด็นความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ซะงั้น
ต่างประเทศสังคม

Muse ใช้ AI โทรแล้วคนไม่อยากคุยด้วย Meta เลยทดลองให้คนจริงโทรแทน แต่ดันจุดประเด็นความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ซะงั้น

clock19 ชั่วโมงที่แล้ว