รู้จัก เอสโตเนีย ประเทศที่บุกเบิกการเลือกตั้งด้วยระบบออนไลน์
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

รู้จัก “เอสโตเนีย” ประเทศที่บุกเบิกการเลือกตั้งด้วยระบบออนไลน์

ถ้าพูดถึงการเลือกตั้งออนไลน์ เอสโตเนียมักถูกยกเป็นตัวอย่างประเทศต้นแบบของการใช้ระบบเลือกตั้งผ่านอินเทอร์เน็ต ที่ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลกก็เลือกตั้งได้ 

เจาะเหตุผลว่าทำไมเอสโตเนียถึงใช้ระบบเลือกตั้งออนไลน์

เรื่องนี้ต้องย้อนไปปี 1991 หลังเอสโตเนียแยกตัวเป็นอิสระจากสหภาพโซเวียต ทำให้ต้องสร้างระบบรัฐใหม่แทบทั้งหมด ตั้งแต่ระบบราชการ กฎหมาย ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ซึ่งเอสโตเนียเลือกวางประเทศให้เป็นรัฐดิจิทัลตั้งแต่ต้น โดยมีหัวใจสำคัญคือระบบ Digital ID หรือบัตรประชาชนดิจิทัล ที่ประชาชนทุกคนใช้ยืนยันตัวตนกับภาครัฐได้อย่างปลอดภัย ทั้งการเสียภาษี ติดต่อราชการ หรือเซ็นเอกสารทางกฎหมาย จนต่อยอดไปสู่การเลือกตั้งผ่านอินเทอร์เน็ต หรือ i-Voting ที่เอสโตเนียเริ่มใช้ครั้งแรกในปี 2005

ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นอีกทางเลือกไม่ได้มาแทนการเลือกตั้งแบบเดิม แต่ข้อดีคือผู้มีสิทธิสามารถโหวตออนไลน์ล่วงหน้าได้ก่อนจากที่ไหนก็ได้ โดยยืนยันตัวตนด้วย Digital ID และถ้าเปลี่ยนใจก็โหวตใหม่ได้หลายครั้งจนกว่าจะปิดระบบ โดยระบบจะนับเฉพาะคะแนนสุดท้ายเท่านั้น แต่ถ้าโหวตแล้วไปลงคะแนนที่คูหาแบบบัตรกระดาษ คะแนนที่โหวตออนไลน์ไว้ก่อนหน้าก็จะถูกยกเลิก 

ซึ่งในช่วงแรกประชาชนยังไม่ค่อยมั่นใจเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวในการลงคะแนนผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้มีคนเลือกใช้ระบบ i-Voting แค่ 2% เท่านั้น และปี 2015 ไก็ด้มีการนำเทคโนโลยี Blockchain เข้ามาใช้ในการเลือกตั้งออนไลน์ ทำให้เมื่อประชาชนโหวตแล้ว ระบบจะบันทึกไว้พร้อมเวลาที่ชัดเจน ไว้บนระบบ Blockchain 

แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรว่าระบบปลอดภัยและโปร่งใสจริง?

ระบบนี้ทำงานแบบกระจายศูนย์ คือข้อมูลถูกเก็บไว้ในหลายระบบพร้อมกัน ทำให้การแก้ไขหรือปลอมแปลงข้อมูลทำได้ยาก เพราะต้องผ่านการยอมรับจากหลายฝ่าย การนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้กับการเลือกตั้ง ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในยุคดิจิทัล เพราะช่วยลดโอกาสการทุจริต และทำให้การเลือกตั้งโปร่งใสมากขึ้น โดยเฉพาะขั้นตอนการนับคะแนน  

นอกจากนี้ ระบบยังสามารถออกแบบให้ปกป้องข้อมูลส่วนตัวและปกปิดตัวตนของผู้ลงคะแนนได้ดี ทำให้ทั้งปลอดภัยและเคารพความเป็นส่วนตัวของประชาชน ซึ่งระบบนี้ค่อยๆ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนมากกว่าเดิม เห็นได้จากการเลือกตั้งปี 2023 ที่ชาวเอสโตเนียกว่า 53% เลือกลงคะแนนผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งเป็นสัดส่วนการโหวตออนไลน์ที่สูงที่สุดในโลก

สะท้อนว่าเทคโนโลยีนี้ช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองได้สะดวกขึ้นจากทุกที่ทุกเวลา ที่ช่วยเสริมกระบวนการประชาธิปไตยให้เข้มแข็งขึ้น

ที่มา


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จีนเร่งวางกติกาคุม_AI_หลัง_AI_เริ่มคิดและลงมือทำเองเก่งขึ้น_จนเสี่ยงหลุดควบคุม
ต่างประเทศสังคม

จีนเร่งวางกติกาคุม AI หลัง AI เริ่มคิดและลงมือทำเองเก่งขึ้น จนเสี่ยงหลุดควบคุม?

วันนี้ AI กำลังก้าวพ้นบทบาทของแชทบอทที่คอยตอบคำถาม ไปสู่ยุคของ AI Agent หรือระบบ AI ที่สามารถคิด วางแผน และลงมือทำงานหลายขั้นตอนแทนมนุษย์ได้ด้วยตัวเองมากขึ้น

clock14 ชั่วโมงที่แล้ว
รัฐย้ำ_ไรเดอร์ที่วิ่งงานผ่านแอปฯ_ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะภายในวันที่_30_ก_ย_นี้_ฝ่าฝืนเสี่ยงโดนระงับบัญชี

รัฐย้ำ! ไรเดอร์ที่วิ่งงานผ่านแอปฯ ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ฝ่าฝืนเสี่ยงโดนระงับบัญชี

clock21 ชั่วโมงที่แล้ว
Muse_ใช้_AI_โทรแล้วคนไม่อยากคุยด้วย_Meta_เลยทดลองให้คนจริงโทรแทน_แต่ดันจุดประเด็นความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ซะงั้น
ต่างประเทศสังคม

Muse ใช้ AI โทรแล้วคนไม่อยากคุยด้วย Meta เลยทดลองให้คนจริงโทรแทน แต่ดันจุดประเด็นความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ซะงั้น

clock23 ชั่วโมงที่แล้ว