
การเดือนทางเยือนจีน ของ ประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ พร้อมเหล่า CEO ระดับโลก อย่าง Elon Musk, Tim Cook, Larry Fink และ Jensen Huang กลายเป็นที่จับตาของทั่วโลก
ซึ่งมีประเด็นด้านเทคโนโลยีเกี่ยวข้องอยู่หลายเรื่อง โดย Tech Movement ได้สรุปประเด็นที่น่าสนใจจากแหล่งข่าวใหญ่ในต่างประเทศมาให้แล้ว
ดีลซื้อชิป AI ของ Nvidia
ก่อนหน้าการประชุม ทรัมป์ได้อนุญาตให้ Nvidia ส่งออกชิป H200 ไปยังจีนได้ โดยแลกกับการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม 25% แต่หลังจากนั้นก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าจากฝั่งจีนในการเข้าซื้อ ซึ่งถูกวิเคราะห์ไว้ว่า อาจเพราะต้องการกดดันให้บริษัทขายชิปที่ดีกว่า และต้องการสนับสนุนผู้ผลิตชิปในประเทศแทน ส่วนประเด็นที่จับตาคือ จีนจะยอมรับการใช้ชิป H200 หรือจะผลักดันขอชิป Blackwell ที่ทรงพลังกว่า หรือไม่ เพราะสหรัฐฯ ยังยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ระดับสูงสุดของ Nvidia จะยังคงห้ามส่งออกต่อไป
การควบคุมการส่งออกอุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์
จีนต้องการให้สหรัฐฯ ผ่อนปรนข้อจำกัดการส่งออกอุปกรณ์ผลิตชิปและเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า สหรัฐฯ อาจผ่อนปรนข้อจำกัดบางอย่างเรื่องการส่งออกอุปกรณ์ผลิตชิป หากจีนตกลงซื้อสินค้าเกษตร พลังงาน และเครื่องบิน Boeing เพิ่มขึ้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ประเมินว่า วอชิงตันไม่น่าจะยกเลิกข้อจำกัดเรื่องเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงสุด แม้จะมีการผ่อนปรนสำหรับชิประดับกลาง
แร่หายาก (Rare Earths) ตัวแปรต่อรองของจีน
ห่วงโซ่อุปทานสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือต่อรองสำคัญของจีนในสงครามการค้าและเทคโนโลยีกับสหรัฐฯ เพราะแม้จะมีการพูดถึงการขยายข้อตกลง แต่จีนยังควบคุมการส่งออกวัตถุดิบสำคัญบางชนิดอยู่ ทำให้หลายอุตสาหกรรมทั่วโลกต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น ที่ถูกมองว่าความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนนี้อาจยังไม่จบง่าย ๆ
การเจรจาด้านความปลอดภัยของ AI (AI Safety)
มีความพยายามตั้งเวทีหารือเรื่องความเสี่ยงจาก AI รวมถึง AI ที่ใช้ในสงคราม โดย Council on Foreign Relations ประเมินว่าการให้คำมั่นเรื่องความปลอดภัยของ AI อย่างจริงจังของรัฐบาลจีนนั้นอยู่ในระดับต่ำ โดยปักกิ่งมองการหารือเหล่านี้เป็นโอกาสในการขยายการเข้าถึงเทคโนโลยีสหรัฐฯ และลดช่องว่างด้าน AI เป็นหลักมากกว่า
บริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ ต้องการ “เปิดตลาดจีน” มากขึ้น
การคณะบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกของสหรัฐฯ เดินทางมาร่วมประชุมด้วย ก็อาจเป็นบอกเป็นนัยว่านี่คือการสนับสนุนให้บริษัทเหล่านี้ได้พูดคุยและสร้างความร่วมมือกับจีน ขณะที่สี จิ้นผิง ระบุว่าจีนจะเปิดประเทศมากขึ้น และต้อนรับความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันจากสหรัฐฯ อย่างแน่นอน
โดยสรุป ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ก็ประเมินตรงกันว่า การประชุมนี้อาจเน้นที่เรื่องการบริหารจัดการ การแข่งขัน เพื่อรักษาข้อตกลงสงบศึกด้านการค้าและเทคโนโลยีที่เปราะบางมากกว่าจะเกิดข้อตกลงใหม่ ๆเรียกง่าย ๆ ว่าทำเพื่อ "รักษาเสถียรภาพเชิงยุทธวิธี" มากกว่ากระชับความสัมพันธ์
ซึ่งต้องรอดูกันต่อว่าหลังจากจบการประชุมในวันที่ 15 พ.ค. 69 นี้ จะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่เรายังคงต้องติดตามกันต่อไป
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยควรฝากอนาคต E-Commerce ไว้กับแพลตฟอร์มต่างชาติเพียงไม่กี่เจ้าจริงหรอ?
แม้แพลตฟอร์ม E-Commerce จะเข้ามาช่วยให้เศรษฐกิจดิจิทัลไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่จริงๆแล้ว ผู้ประกอบการ SME ไทยจำนวนมากกำลังเผชิญปัญหาต้นทุนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งค่า GP ค่าโฆษณา ค่าการตลาด และกฎเกณฑ์ต่างๆที่แพลตฟอร์มเป็นผู้กำหนด

ไทยควรฝากอนาคต E-Commerce ไว้กับแพลตฟอร์มต่างชาติเพียงไม่กี่เจ้าจริงหรอ?

Nvidia ลุ้นกลับมาขายชิป AI ให้จีน! หลังสหรัฐฯอนุมัติให้บริษัทจีนราว 10 แห่ง สั่งซื้อชิป AI อย่าง H200 ได้
