แชร์ไม่ระวัง อาจตกเป็นเหยื่อภาพ AI ไม่รู้ตัว
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

แชร์ไม่ระวัง อาจตกเป็นเหยื่อภาพ AI ไม่รู้ตัว

Clock Icon

24 พฤศจิกายน 2568

จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ทำให้ช่วงนี้มีภาพ “สุนัขคาบลูกแมวช่วยหนีน้ำท่วม” ถูกแชร์อย่างแพร่หลายในโซเชียลมีเดีย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นภาพที่สร้างโดย AI แต่เพราะมีหลายๆเพจแชร์ภาพเหล่านี้ต่อๆกันไป ทำให้มีคนหลงเชื่อว่าภาพเหล่านั้นเป็นภาพจริง 

แล้วมันเป็นปัญหายังไง?

ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็ก แต่ภาพเหล่านี้อาจสร้างความเข้าใจผิดได้ง่าย เพราะแต่ละคนมีจุดประสงค์ในการสร้างที่แตกต่างกัน บางคนอาจจะทำเพื่อความสนุก หรือสร้างกระแสเพื่อเพิ่มรายได้จากยอดเอนเกจ แต่ก็มีบางคนที่ใช้สร้างความตื่นตระหนกให้คนแตกตื่นหรือเข้าใจผิดโดยเฉพาะในช่วงภัยพิบัติที่ผู้คนต้องการข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำ

เพราะถ้ามันหลอกให้หลายคนคิดว่าเป็นเหตุการณ์จริงได้ ภาพเหตุการณ์สำคัญจริงๆ ก็อาจถูกบิดเบือนได้ในไม่กี่วินาที แล้วยิ่งสถานการณ์ที่น่ากลัวคือ ภาพพวกนี้ถูกแชร์เร็วกว่าข่าวจริงเสียอีก แล้วยิ่งตอนนี้ AI ก็พัฒนาจนสร้างภาพได้แนบเนียนขึ้นจนน่ากลัว

ยกตัวอย่างงานวิจัยของ iProov พบว่า มีเพียง 0.1% ของคนทั่วไปเท่านั้นที่สามารถแยกภาพ Deepfake ออกจากภาพจริงได้อย่างแม่นยำ แล้วเชื่อไหมว่ากว่า 70% ของภาพที่ถูกแชร์บนโลกออนไลน์ในปีนี้สร้างขึ้นจาก AI และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดูจากปี 66 ที่มี Deepfake ราว 500,000 ไฟล์ คาดว่าภายในปี 68 นี้ จะทะลุ 8 ล้านไฟล์ 

ไม่ใช่แค่สร้างกระแสหรือข่าวบิดเบือน แต่ยังเป็นโอกาสทองของมิจฉาชีพอีกด้วย 

ตัวเลขที่กล่าวถึงส่วนใหญ่ถูกใช้ในทางที่ก่ออันตราย เช่น หลอกลวง โกงเงิน สร้างบัญชีปลอมเพื่อปั่นกระแส แล้วมิจฉาชีพทุกวันนี้ตามทันทุกกระแส แถมยังอัปเดตกลวิธีหลอกลวงได้อย่างรวดเร็ว ดูได้จากก่อนหน้านี้ที่เห็นว่าใครมีกระแส พวกมันก็ใช้ AI สร้าง Deepfake ของคนนั้น มาโฆษณาชวนเล่นเว็บพนันอย่างรวดเร็ว

ซึ่งกระแสน้ำท่วมที่มาแรง รวมถึงมีคนเชื่อภาพที่สร้างขึ้นจาก AI ด้วยแล้ว ก็อาจเป็นช่องโหว่ที่ทำให้มิจฉาชีพสร้างกระแสหรือสถานการณ์ปลอมๆ มาเพื่อเปิดรับยอดบริจาคได้

วันนี้ Tech Movement เลยจะมาแชร์วิธีจับสังเกตภาพ AI เพื่อให้ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ อันดับแรกให้สังเกตความผิดปกติ อย่างแสงเงาที่ไม่สมจริง นิ้วมือหรือนิ้วเท้าที่ผิดรูป ขนสัตว์หรือวัตถุที่ดูแปลกตา รวมถึงข้อความที่ผิดเพี้ยน แต่ถ้าดูไม่ออกจริงๆ ควรใช้เครื่องมือ AI Detector เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ และไม่รีบแชร์หรือรีโพสต์ เพราะอาจนำไปสู่การแพร่กระจายข้อมูลบิดเบือนได้อย่างรวดเร็ว 

ที่สำคัญที่สุด หากไม่แน่ใจว่าเรื่องจริงหรือเป็นภาพ AI อย่าหลงเชื่อโอนเงิน บริจาคเงิน หรือคลิกลิงก์แปลกปลอมที่แนบมา เพราะนั่นคือวิธีที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวงผู้คนได้ผลมากที่สุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมื่อ_สิทธิ์ในการเข้าถึง_อาจกลายเป็นช่องโหว่ของระบบ_บทเรียนเรื่อง_Insider_Threat_ที่หลายองค์กรต้องเผชิญ

เมื่อ "สิทธิ์ในการเข้าถึง" อาจกลายเป็นช่องโหว่ของระบบ บทเรียนเรื่อง Insider Threat ที่หลายองค์กรต้องเผชิญ

จากกรณีการตรวจพบทุจริตในการสอบที่กำลังเป็นประเด็นในสังคม

clock12 ชั่วโมงที่แล้ว
สวทช_ปั้น_New_Growth_Engine_ดัน_SMEs_ยกระดับเศรษฐกิจไทยสู่ยุคนวัตกรรม

สวทช. ปั้น New Growth Engine ดัน SMEs ยกระดับเศรษฐกิจไทยสู่ยุคนวัตกรรม

clock13 ชั่วโมงที่แล้ว
รัฐบาลจับมือ_Meta_ติวเข้มเกษตรกร_SMEs_ไทย_ใช้_AI_ช่วยขาย_โดยไม่ง้อพ่อค้าคนกลาง_ฟรี_2_000_ราย

รัฐบาลจับมือ Meta ติวเข้มเกษตรกร - SMEs ไทย ใช้ AI ช่วยขาย โดยไม่ง้อพ่อค้าคนกลาง ฟรี 2,000 ราย!

clock18 ชั่วโมงที่แล้ว