
รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณามาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรรอบใหม่กับเซมิคอนดักเตอร์และผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ท่ามกลางการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่กำลังร้อนแรงระหว่างสหรัฐฯ และจีน
มาตรการนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่ใช้ชิปเป็นส่วนประกอบสำคัญ เช่น
เซิร์ฟเวอร์ดาต้าเซ็นเตอร์ แล็ปท็อป และฮาร์ดแวร์ โดยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและอาจมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ซึ่งคาดว่าจะทยอยบังคับใช้เป็นระยะ
ทำเนียบขาวระบุว่า การนำฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์กลับมายังสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของรัฐบาลทรัมป์ พร้อมชี้ว่านโยบายของรัฐบาลสามารถดึงดูดเงินลงทุนเข้าสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ ได้แล้วหลายแสนล้านดอลลาร์
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยประกาศแนวคิดเก็บภาษีเซมิคอนดักเตอร์ในอัตราสูงถึงประมาณ 100% โดยมีแนวทางยกเว้นให้กับบริษัทที่เข้ามาสร้างฐานการผลิตภายในประเทศ ซึ่งในเดือนมกราคมที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ได้บังคับใช้ภาษี 25% กับชิป AI บางประเภท แล้ว
ประเด็นที่น่าจับตาคือ หากมาตรการใหม่ขยายไปถึงเซิร์ฟเวอร์ดาต้าเซ็นเตอร์ ผลกระทบอาจไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ แต่อาจส่งต่อไปยังต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งระบบ โดยเฉพาะในช่วงที่บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกกำลังเร่งลงทุนใน GPU เซิร์ฟเวอร์ และระบบประมวลผลขนาดใหญ่ เพื่อรองรับการเติบโตของ AI
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังพยายามจำกัดการเข้าถึงชิปประสิทธิภาพสูงของจีน แต่มีรายงานว่าบริษัทจีนบางส่วนยังสามารถเข้าถึงชิปของ Nvidia ผ่านผู้ให้บริการคลาวด์ในต่างประเทศได้ ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณาแนวทางเพิ่มเติมเพื่อปิดช่องโหว่ดังกล่าว
ท้ายที่สุด คำถามสำคัญที่ต้องจับตาคือ หากมาตรการภาษีรอบใหม่เกิดขึ้นจริง ต้นทุนของโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลกจะเปลี่ยนไปในทิศทางใด และบริษัทเทคโนโลยีจะสามารถปรับห่วงโซ่อุปทานเพื่อรับมือกับนโยบายใหม่ของสหรัฐฯ ได้มากน้อยเพียงใด


