
เศรษฐกิจ - การลงทุน
เมื่อ AI ดันความต้องการ “โฟโตนิกส์” โอกาสของไทยอยู่ตรงไหนในกระแสนี้?
28 สิงหาคม 2569
การเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI และ Data Center กำลังเปลี่ยนทิศทางการลงทุนทั่วโลก จากเทคโนโลยีเฉพาะทาง สู่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยุคใหม่ พร้อมกับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
แต่การฝึกและใช้งาน AI ล้วนต้องรับส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลระหว่างเซิร์ฟเวอร์ ชิปประมวลผล และ Data Center ความสามารถในการรับส่งข้อมูลระหว่างชิป จึงมีความสำคัญไม่แพ้พลังประมวลผลของ GPU เอง
แต่เมื่อ AI ต้องประมวลผลข้อมูลมากขึ้น สายทองแดง (Copper Wiring) ที่ Data Center มักพึ่งพาในการส่งข้อมูลด้วยสัญญาณไฟฟ้าก็เริ่มมีข้อจำกัดด้านความเร็ว การสูญเสียสัญญาณ และการใช้พลังงาน
⚫ แรงส่งจาก AI กำลังทำให้ Photonics มีบทบาทมากขึ้น?
เพื่อรองรับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้น อุตสาหกรรม Data Center จึงหันมาใช้ เทคโนโลยี Photonics ที่ใช้แสงในการรับส่งข้อมูล โดยมี Optical Transceiver เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณไฟฟ้าเป็นแสงเพื่อส่งผ่านสาย Fiber Optic และแปลงกลับเป็นสัญญาณไฟฟ้าที่ปลายทาง ช่วยให้การรับส่งข้อมูลระหว่าง GPU เซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์เครือข่ายรวดเร็วขึ้น
เว็บไซต์ Tom's Hardware คาดการณ์ว่าตลาดการเชื่อมต่อด้วยแสง (Optical Interconnect) สำหรับ AI Data Center ทั่วโลกจะเพิ่มเป็น 1.44 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 73 หรือมากกว่า 10 เท่าจากปี 67 โดย Silicon Photonics จะมีสัดส่วนเกือบสองในสามของรายได้ทั้งหมด
⚫ แล้วไทย อยู่ตรงไหนของกระแสนี้?
สำหรับไทย โอกาสจากอุตสาหกรรมนี้เริ่มเห็นได้ชัดขึ้นจากการลงทุนที่เกิดขึ้นจริง ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ชี้ให้เห็นว่า การลงทุนในอุตสาหกรรมนี้เริ่มเข้ามาในไทยแล้ว โดยระหว่างปี 64 ถึงกลางปี 69 มีโครงการในอุตสาหกรรม Photonics ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนแล้ว 79 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 82,700 ล้านบาท
การลงทุนครอบคลุมตั้งแต่สายใยแก้วนำแสง อุปกรณ์สื่อสารด้วยแสง ไปจนถึง Optical Transceiver ความเร็วสูง ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญสำหรับการรับส่งข้อมูลและการเชื่อมต่อภายใน Data Center ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า การลงทุนไม่ได้กระจุกอยู่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง แต่ครอบคลุมถึงหลายระดับของห่วงโซ่
นอกจากนี้ ในกลุ่มบริษัทที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย ก็มีทั้งผู้ผลิตชิ้นส่วน Optical รายใหญ่ในห่วงโซ่ AI ระดับโลก และผู้ผลิต Optical Transceiver รายสำคัญ โดย BOI ระบุว่า บริษัทในกลุ่มนี้มีการจ้างงานบุคลากรไทยรวมกันแล้วกว่า 20,000 คน
⚫ ที่สำคัญ ไทยมีฐานอุตสาหกรรมที่สามารถต่อยอดได้อยู่แล้ว?
ข้อมูลจากสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ระบุว่า ไทยมีศักยภาพในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงหลายด้าน ทั้ง IC Design, Power, Photonics และ Sensor โดยเฉพาะ Photonics ที่สามารถต่อยอดจากฐานการผลิตเดิมอย่าง PCB และ PCBA ซึ่งไทยมีประสบการณ์ด้านการผลิตและเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานระดับโลกอยู่แล้ว
หากไทยสามารถต่อยอดจากฐานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่มีอยู่ ไปสู่การผลิตชิ้นส่วน Photonics การออกแบบวงจรและอุปกรณ์ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ก็มีโอกาสขยับขึ้นไปอยู่ในห่วงโซ่การผลิตที่มีมูลค่าสูงกว่าเดิม
รัฐบาลจึงมองว่า Photonics เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ไทยมีศักยภาพในการต่อยอดอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เช่นเดียวกับ IC Design, Power และ Sensor โดยใช้ฐานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และความสามารถด้านการผลิตที่มีอยู่แล้ว เป็นจุดตั้งต้นในการดึงการลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงขึ้น
การเร่งดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายรัฐบาลที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนรวมของประเทศจากปัจจุบันราว 23-24% เป็น 30% ของ GDP เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวได้อย่างยั่งยืนที่ระดับ 3% ต่อปี
⚫ โจทย์ใหญ่ที่สุดอาจไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือ “คน”?
การพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่ได้ต้องการแค่เงินลงทุน แต่ต้องมีบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง ทั้งวิศวกร นักวิจัย และช่างเทคนิค เพื่อรองรับการผลิตและเทคโนโลยีที่ซับซ้อนมากขึ้น
รัฐบาลจึงตั้งเป้าพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกว่า 100,000 ตำแหน่งภายใน 5 ปี พร้อมส่งเสริมให้ SME ไทย เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานที่กำลังขยายตัว
ท้ายที่สุด หากไทยสามารถดึงการลงทุน พัฒนาบุคลากร และต่อยอดฐานอุตสาหกรรมเดิมไปพร้อมกัน Photonics และชิปแสงก็มีโอกาสเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการดึงดูดเงินลงทุนจากกระแส AI แต่คือการทำให้เงินลงทุนเหล่านี้ ช่วยช่วยพัฒนาบุคลากร เทคโนโลยี และผู้ผลิตในประเทศ เพื่อให้ไทยมีบทบาทในห่วงโซ่การผลิตเทคโนโลยีที่สูงขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

LH Bank จับมือ depa หนุน SMEs ใช้ AI เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจดิจิทัล
LH Bank และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ลงนามความร่วมมือเพื่อผลักดัน สนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ให้ก้าวสู่การเป็นธุรกิจดิจิทัล ผ่านการประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ลดต้นทุน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

