ทำไม Elon Musk ถึงฟ้อง OpenAI อุดมการณ์กินไม่ได้ แต่เงินแสนล้านมันหอมหวาน
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

ทำไม Elon Musk ถึงฟ้อง OpenAI อุดมการณ์กินไม่ได้ แต่เงินแสนล้านมันหอมหวาน?

Clock Icon

30 เมษายน 2569

เชื่อไหมว่าคดีล่าสุดที่ Elon Musk ยื่นฟ้อง OpenAI พร้อมเรียกค่าเสียหายสูงถึง 150,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (4.9 ล้านล้านบาท) ที่เพิ่งเริ่มไต่สวนในศาลเมื่อวันที่ 28 เม.ย. 69 ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดูละครหลังข่าว เวอร์ชันเทคโนโลยีระดับโลก

จุดแตกหักของอุดมการณ์ จาก Open Source สู่ Close Profit?

ปี 58 OpenAI ถูกก่อตั้งขึ้นในฐานะองค์กรไม่แสวงหากำไร โดยมี Elon Musk เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง และผู้สนับสนุนเงินทุนช่วงแรก แนวคิดหลักในตอนนั้นคือการพัฒนา AI ให้เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ และไม่ถูกควบคุมโดยบริษัทหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง พร้อมมีแนวทางสนับสนุนการเปิดเผยงานวิจัยบางส่วน เพื่อให้วงการวิทยาศาสตร์สามารถเข้าถึงและต่อยอดได้

แต่ในปี 2019 OpenAI ก็ได้เปลี่ยนโครงสร้างเป็น Capped Profit คือจากองค์กรไม่แสวงหากำไร มาเป็นรูปแบบบริษัทที่ทำกำไรได้ เพื่อดึงเงินลงทุน แต่ก็คุมไม่ให้บริษัทเน้นกำไรสุดโต่งเกินไป

โดยได้รับเงินลงทุนจาก Microsoft กว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ต่อมาในปี 2023 ก็ลงทุนเพิ่มขึ้นอีกเป็น 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 4.4 แสนล้านบาท ทำให้ OpenAI มีทุนมหาศาลในการเร่งพัฒนาโมเดล AI รุ่นใหม่ๆ จนกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของโลกในปัจจุบัน

ทำให้มัสก์ มองว่า OpenAI ละทิ้งอุดมการณ์ที่ตั้งใจจะพัฒนา AI เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ แล้วค่อยๆ เปลี่ยนไปสู่โครงสร้าง ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้และผลกำไรมากขึ้น จนแทบจะเป็น “เครื่องจักรผลิตเงิน” ในตอนนี้ เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการฟ้องร้องขึ้น

ฝั่ง OpenAI สวนกลับ "พี่ก็แค่แพ้แล้วพาล"

Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI เผยว่า Elon Musk เคยเสนอให้เอา OpenAI ไปรวมกับ Tesla เพื่อให้ตัวเองมีอำนาจควบคุมมากขึ้น แต่พอข้อเสนอนี้ไม่ผ่าน มัสก์ก็เลือกถอนตัวออกไป ส่วนการเปลี่ยนโครงสร้างเป็น Capped Profit ก็เพื่อดึงเงินลงทุน เพราะการพัฒนา AI ให้สู้กับคู่แข่งอย่าง Google ให้ได้ก็มาพร้อมต้นทุนที่สูง 

นักลงทุนและบริษัท AI ต่างจับตาคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพราะอาจกระทบต่ออนาคตของ OpenAI โดยเฉพาะในช่วงที่มีข่าวแผนเข้าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งหากมีการเปลี่ยนแปลงผู้นำหรือโครงสร้างองค์กร ก็อาจส่งผลต่อแผนนี้ได้

แล้วทำไมเราต้องสนใจเรื่องนี้?

เพราะผลตัดสินอาจกระทบทั้งวงการ AI ได้เลย ถ้าศาลให้น้ำหนักกับเรื่องความโปร่งใสและประโยชน์ต่อสาธารณะมากกว่า (มัสก์ชนะ) บริษัทเทคโนโลยีอื่นๆก็อาจต้องเปิดเผยข้อมูลมากขึ้น และถูกกำกับเข้มขึ้น

แต่หากศาลเอนเอียงไปทางฝั่ง OpenAI วงการ AI ก็อาจเดินหน้าสู่ระบบธุรกิจเต็มตัว ที่เทคโนโลยีล้ำหน้าอาจถูกเก็บเป็นความลับทางการค้ามากขึ้น โดยการพิจารณาคดีคาดว่าจะใช้เวลาประมาณสามสัปดาห์ ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่าทิศทางของ AI จะเป็นยังไงต่อไป


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำไม_Google_ถึงถอย_เมื่อเปิด_AI_สร้างภาพบน_Google_Earth_ได้ไม่ถึง_24_ชั่วโมง_ก็ต้องปิดฟีเจอร์ซะงั้น
ต่างประเทศธุรกิจไอที

ทำไม Google ถึงถอย! เมื่อเปิด AI สร้างภาพบน Google Earth ได้ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก็ต้องปิดฟีเจอร์ซะงั้น

สาเหตุมาจาก ที่เริ่มมีผู้ใช้นำเครื่องมือนี้ถูกนำไปสร้าง "ภาพปลอม" ของสถานที่จริง จนเสี่ยงทำให้คนเข้าใจผิด และอาจถูกแชร์ต่อบนโซเชียลว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ฟีเจอร์ใหม่นี้ใช้โมเดล AI Nano Banana 2 ที่ให้ผู้ใช้พิมพ์คำสั่งหรือ Prompt เพื่อสร้างภาพเสมือนจริง

clock1 ชั่วโมงที่แล้ว
AI_อาจเป็นเทรนด์_แต่_Data_Center_โครงสร้างพื้นฐาน_ที่ทำให้โลกยุคใหม่เดินหน้าต่อได้

AI อาจเป็นเทรนด์? แต่ Data Center = โครงสร้างพื้นฐาน ที่ทำให้โลกยุคใหม่เดินหน้าต่อได้

clock5 วันที่แล้ว
AI_ยิ่งฉลาด_โลกยิ่งต้องใช้ไฟ_เมื่อ_Data_Center_กลายเป็นผู้ใช้พลังงานรายใหญ่แห่งอนาคต
ต่างประเทศธุรกิจไอที

AI ยิ่งฉลาด โลกยิ่งต้องใช้ไฟ! เมื่อ Data Center กลายเป็นผู้ใช้พลังงานรายใหญ่แห่งอนาคต

clock5 วันที่แล้ว