
สังคม
ถกเดือดบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สังคมตั้งคำถาม การลงคะแนนควรเป็นความลับหรือไม่?
16 กุมภาพันธ์ 2569
ประเด็นเรื่อง บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง กลับมาเป็นที่ถกเถียงในสังคมอีกครั้ง หลังมีการตั้งข้อสังเกตจากประชาชนและมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Thanarat Kuawattanaphan หนึ่งในผู้โพสต์วิเคราะห์เรื่องนี้ ระบุว่า
รหัสที่พิมพ์อยู่บนบัตรเลือกตั้ง อาจเปิดช่องให้ตรวจสอบย้อนกลับไปถึงตัวผู้ใช้สิทธิได้ ซึ่งหากเป็นจริง ย่อมกระทบต่อหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตย นั่นคือ “การลงคะแนนควรเป็นความลับ?”
กระแสความกังวลนี้เริ่มต้นจากพื้นที่เลือกตั้งใน จังหวัดชลบุรี ก่อนจะถูกขยายความในโลกออนไลน์ โดยมีการวิเคราะห์ว่ารหัสหรือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งอาจไม่ได้เป็นเพียงหมายเลขสุ่ม แต่สามารถเชื่อมโยงกลับไปถึงชุดบัตรหรือเล่มบัตรได้ หากนำไปประกอบกับข้อมูลบางอย่าง อาจทำให้เกิดคำถามว่า
“ความลับของผู้ลงคะแนน” ยังได้รับการคุ้มครองอย่างสมบูรณ์หรือเปล่า?
ด้าน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาชี้แจงว่า บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งถูกออกแบบมาเพื่อใช้เป็นมาตรการด้านความปลอดภัย ป้องกันการปลอมแปลงบัตร และช่วยในการบริหารจัดการเท่านั้น ไม่ได้มีการจัดเก็บหรือเชื่อมโยงข้อมูลกับตัวบุคคลผู้ใช้สิทธิแต่อย่างใด พร้อมยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดไม่ได้ละเมิดหลักการลงคะแนน
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการและอดีตผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการเลือกตั้งบางส่วนเห็นว่า ถึงแม้ในทางปฏิบัติจะไม่มีการนำข้อมูลไปผูกกับตัวผู้ลงคะแนนโดยตรง แต่หากระบบถูกออกแบบให้สามารถ “ตรวจสอบย้อนหลังได้” ก็อาจขัดต่อมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญที่ระบุให้การออกเสียงต้องเป็น "ความลับ"
ท้ายที่สุด ประเด็นบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งจึงไม่ใช่เพียงเรื่องเทคนิคหรือกระบวนการจัดการเลือกตั้งเท่านั้น แต่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบเลือกตั้ง เพราะในสังคมประชาธิปไตย ความโปร่งใสและความไว้วางใจ มีความสำคัญไม่แพ้กับผลการเลือกตั้ง และคำถามเหล่านี้อาจเป็นโจทย์ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสื่อสารและอธิบายให้ชัดเจนยิ่งขึ้นในอนาคต
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจเตือนภัย! ระวัง SMS หลอกแจกอั่งเปา หวังดูดเงินช่วงตรุษจีน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกประกาศเตือนประชาชนให้ระวังกลโกงรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “อั่งเปาทิพย์” ที่มาในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้

