
“ซิมอินเทอร์เน็ตฟรีเพื่อการศึกษา” สโลแกนของมิจฉาชีพใช้หลอกเด็กนักเรียนให้ลงทะเบียนซิมผี ก่อนนำเบอร์ที่มีข้อมูลของเด็ก ไปขายต่อให้แก๊งสแกมเมอร์
เรื่องนี้เริ่มจาก ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) ตรวจพบว่า เบอร์โทรศัพท์ที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้ก่อเหตุในช่วงเดือน ธ.ค. 68 ลงทะเบียนในชื่อของเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี เมื่อตรวจสอบข้อมูลต่อ ก็พบว่าชื่อเด็กเหล่านั้นเป็นนักเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ห่างไกล ใน จ.เชียงใหม่ ทำให้ต้องตามต่อว่าเบอร์เหล่านี้ไปอยู่ในมือมิจฉาชีพได้อย่างไร
ความไร้เดียงสา กลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีของมิจฉาชีพ
จากการตรวจสอบพบว่า มีกลุ่มคนแอบอ้างเป็นพนักงานค่ายมือถือ เข้าไปจัดกิจกรรมในโรงเรียน บอกว่าจะมาให้ความรู้เรื่องภัยสแกมเมอร์ พร้อมแจก “ซิมอินเทอร์เน็ตฟรีเพื่อการศึกษา” โดยอ้างว่าเพื่อใช้ในการเรียนการสอน โดยให้เด็กๆ สแกนใบหน้ายืนยันตัวตนตามขั้นตอนที่ดูเหมือนถูกต้องทุกอย่าง แถมยังถ่ายรูปบัตรประชาชนของเด็กเก็บไว้ด้วย
จะเห็นได้ว่า คนร้ายตั้งใจเลือกโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล บนภูเขาสูง การเดินทางไม่สะดวก ทำให้หน่วยงานจากส่วนกลางเข้าไปตรวจสอบได้ยากและใช้เวลานาน บวกกับความไร้เดียงสาของเด็ก จึงกลายเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพได้ง่ายๆ
อาชญากรรมที่ใช้ “กระบวนการที่ถูกต้อง” เป็นเครื่องมือ
ช่วงหลังมานี้ ภาครัฐพยายามเร่งจัดการปัญหาซิมผีและบัญชีม้าอย่างจริงจัง ทั้งบังคับลงทะเบียนซิมด้วยการสแกนใบหน้า (e-KYC) จำกัดจำนวนซิมต่อบุคคล และระงับหมายเลขต้องสงสัยจำนวนมากทั่วประเทศ เมื่อมาตรการเข้มงวดขึ้น เครือข่ายอาชญากรรมก็พยายามปรับรูปแบบการก่อเหตุให้ซับซ้อนขึ้นตามไปด้วย ซึ่งตอนนี้คนร้ายกลุ่มดังกล่าวก็ได้ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมแล้ว
และ สำนักงาน กสทช. ก็ได้ออกหนังสือเตือนค่ายมือถือทุกรายให้เข้มงวดเรื่องลงทะเบียนซิมมากขึ้น โดยผู้ลงทะเบียนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองก่อน โดยต้องปรับระบบภายใน 1 มี.ค. 69 นี้
ซึ่งมาตรการนี้ถือเป็นการแก้ปัญหาตั้งแต่ “ต้นทาง” แต่สุดท้ายการป้องกันอาจไม่ใช่แค่เรื่องหน้าที่ตำรวจ หรือหน่วยงานกำกับดูแลเท่านั้น แต่รวมถึงโรงเรียน ผู้ปกครอง และสังคมรอบข้างที่ต้องตั้งคำถาม และช่วยตรวจสอบเบื้องต้นให้มากขึ้นกับทุกโครงการที่ขอข้อมูลส่วนตัว โดยเฉพาะเมื่อเจ้าของข้อมูลยังเป็นเด็ก เพื่อไม่ให้ถูกสวมรอยใช้ข้อมูลไปแบบง่ายๆ
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำไม OpenAI แบนบัญชีผู้ต้องหาคดีสะเทือนขวัญใน Canada แต่ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ ?
ทุกวันนี้ เวลาอยากรู้อะไร หลายคนพิมพ์ถาม AI แทนการเสิร์ชเองไปแล้ว แต่เคยคิดไหมว่าถ้ามีคนถามข้อมูลที่อาจใช้ทำร้ายตัวเองหรือทำร้ายคนอื่น แชทบอตควรตอบแบบไหน?

ทำไม OpenAI แบนบัญชีผู้ต้องหาคดีสะเทือนขวัญใน Canada แต่ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ ?

