สกมช กางแผน Quantum Ready 2030 เตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ยุคใหม่
facebook Iconx Iconline Icon

ธุรกิจไอที

สกมช. กางแผน “Quantum-Ready 2030” เตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ยุคใหม่

Clock Icon

27 พฤษภาคม 2569

ยุคปัจจุบัน “ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์” กลายเป็นโจทย์สำคัญระดับประเทศ โดยเฉพาะการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ท่ามกลางการเร่งนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อขับเคลื่อนประเทศ

ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ได้จัดการประชุมคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) เพื่อหารือทิศทางการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ในอนาคต

ประเด็นสำคัญที่น่าจับตา คือการที่ภาครัฐเริ่มเดินหน้าผลักดัน 3 เทคโนโลยีสำคัญแห่งอนาคต ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การประมวลผลควอนตัม (Quantum Computing) และระบบคลาวด์ (Cloud Computing) เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ยุคใหม่ ที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็วได้อย่างทันท่วงที

เมื่อรหัสผ่านไม่ปลอดภัยมากพอ จึงต้องยกระดับ “การยืนยันตัวตนมากขึ้น”

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกมาคือการยกระดับมาตรการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล
จากกรณี Credential Leak หรือการรั่วไหลของบัญชีผู้ใช้งานและรหัสผ่าน ที่ผู้โจมตีข้อมูลหลุดของผู้ใช้งานจาก Dark Web, Breach Forum หรือกลุ่ม Telegram เพื่อเข้าถึงระบบของหน่วยงานต่าง ๆ

สกมช. จึงเตรียมผลักดันให้หน่วยงานเปลี่ยนมาใช้การยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (MFA) ควบคู่กับ Digital Identity อย่าง ThaID เพื่อลดความเสี่ยง และยกระดับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

AI for Security and Security for AI  “นโยบายสองด้านที่ต้องไปพร้อมกัน”

อีกหนึ่งนโยบายที่น่าจับตาคือ AI for Security and Security for AI ซึ่งมีเป้าหมาย 2 ด้านควบคู่กัน คือ การนำ AI มาช่วยยกระดับการป้องกันภัยไซเบอร์ และการปกป้องระบบ AI เองไม่ให้ถูกโจมตีหรือถูกนำไปใช้สร้างความเสียหาย เช่น การผลิต Deepfake หรือการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน โดยจะขับเคลื่อนผ่าน 3 มิติ ได้แก่ การพัฒนาคน การวางกระบวนการและมาตรฐาน และการสร้างเทคโนโลยีและระบบนิเวศด้าน AI Security ของประเทศ


เตรียมก่อนที่ควอนตัมจะมาถึง  “Quantum-Ready 2030”

ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการเตรียมประเทศไทยเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีควอนตัม ผ่านนโยบาย “Quantum-Ready 2030” ที่มีเป้าหมายเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศของทั้งภาครัฐและเอกชน ให้สามารถรองรับมาตรฐานการเข้ารหัสยุคใหม่ หรือ Post-Quantum Cryptography (PQC) ภายในปี 2573

แผนดังกล่าวจะขับเคลื่อนผ่าน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่

  1. การสำรวจและปรับเปลี่ยนระบบรหัสลับเดิม
    เพื่อเตรียมเปลี่ยนผ่านระบบเข้ารหัสให้รองรับเทคโนโลยีควอนตัมในอนาคต

  2. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
    ยกระดับระบบและเทคโนโลยีสำคัญของประเทศให้มีความปลอดภัยมากขึ้น

  3. การสร้างบุคลากรและระบบนิเวศด้านควอนตัม
    พัฒนาคน ความรู้ และความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมในประเทศ

  4. การกำหนดมาตรฐานและกติกากำกับดูแล
    วางแนวทางและมาตรฐานด้านความมั่นคงไซเบอร์ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยียุคใหม่


เพื่อให้ระบบสำคัญของประเทศสามารถรับมือกับความเสี่ยงจากเทคโนโลยีควอนตัมได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือเรื่องการยกระดับความปลอดภัยของระบบคลาวด์ การปรับปรุงกฎหมายด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้ทันต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ รวมถึงการขยายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และพันธมิตรด้านเทคโนโลยี ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านไซเบอร์ที่แข็งแรงมากขึ้น

การเริ่มวางรากฐานด้านความมั่นคงไซเบอร์ตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ MFA การเตรียมรับมือยุคควอนตัม หรือการกำหนดมาตรฐาน AI Security จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจและนักลงทุน ปกป้องข้อมูลของประชาชน และช่วยให้ไทยสามารถแข่งขันในโลกดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน

นับเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศในการเตรียมรับมือภัยคุกคามยุคใหม่ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็ว และสะท้อนถึงความพยายามของภาครัฐในการผลักดันนโยบายด้านดิจิทัลและความมั่นคงไซเบอร์ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศและสร้างประโยชน์ระยะยาวในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อีกแล้ว_Meta_เลิกจ้างพนักงานระลอกใหม่กว่า_1_300_คน
ต่างประเทศธุรกิจไอที

อีกแล้ว! Meta เลิกจ้างพนักงานระลอกใหม่กว่า 1,300 คน

ล่าสุดบริษัท Meta มีมาตรการเลิกจ้างพนักงานครั้งใหญ่ในพื้นที่ King County รัฐวอชิงตัน รวมกว่า 1,395 คน ตามรายงานที่ยื่นต่อหน่วยงานรัฐเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

clock10 ชั่วโมงที่แล้ว
ไทยควรมี_เจ้าภาพกลางด้าน_AI_แล้วหรือยัง

ไทยควรมี “เจ้าภาพกลางด้าน AI” แล้วหรือยัง?

clock14 ชั่วโมงที่แล้ว
เมื่อ_AI_เลียนเสียงได้_จนคนดังต้อง_จดลิขสิทธิ์เสียง_ป้องกันตัว
ต่างประเทศธุรกิจไอที

เมื่อ AI เลียนเสียงได้ จนคนดังต้อง "จดลิขสิทธิ์เสียง" ป้องกันตัว

clock1 วันที่แล้ว