เราจะรับมือกับไวรัสฮันตาอย่างไรไม่ให้โดน Cyber Panic กลืนกิน
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

เราจะรับมือกับไวรัสฮันตาอย่างไรไม่ให้โดน “Cyber Panic” กลืนกิน?

Clock Icon

12 พฤษภาคม 2569

ประเด็นร้อนที่ถูกสังคมพูดถึงทั่วโลกตอนนี้คงหนีไม่พ้น ข่าวการพบ "ไวรัสฮันตา" (Hantavirus) บนเรือสำราญ MV Hondius ที่มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 คน

ไวรัสฮันตาคืออะไร อันตรายแค่ไหน?

เป็นโรคติดเชื้อที่มีสัตว์ฟันแทะ เช่น หนูทุกชนิด กระรอก เม่น และคาปิบาร่า เป็นพาหะหลัก คนจะติดเชื้อได้จากการสูดดมฝุ่นที่มีเชื้อปนเปื้อน เช่น ปัสสาวะหรืออุจจาระของหนู มักเกิดในพื้นที่ปิด อับ หรือไม่สะอาด โดยทั่วไปโรคนี้แทบไม่ติดต่อจากคนสู่คน ยกเว้นบางสายพันธุ์ที่พบได้น้อยมาก อาการช่วงแรกจะคล้ายไข้หวัด เช่น มีไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย แต่ในบางรายอาจรุนแรงขึ้นจนกระทบระบบทางเดินหายใจได้

ความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของไวรัส โดยเฉพาะชนิดที่กระทบระบบทางเดินหายใจ (HCPS) ซึ่งอาจมีอัตราการเสียชีวิตถึง 38% ซึ่งตอนนี้ยังไม่มียาเฉพาะหรือวัคซีนสำหรับป้องกันโรคนี้ ดังนั้นการรักษาจะเน้นไปที่การดูแลและรักษาตามอาการที่เกิดขึ้นของผู้ป่วยเป็นหลัก

แต่เราก็สามารถลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อได้ ด้วยการหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่อับหรือรกร้าง ที่อาจมีหนูอาศัยอยู่ หากจำเป็นต้องทำความสะอาดบริเวณเสี่ยง ควรหลีกเลี่ยงการกวาดหรือใช้เครื่องดูดฝุ่นโดยตรง และควรรักษาความสะอาดของบ้านและที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมหรือเพาะพันธุ์ของหนู

โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ความเสี่ยงของประชาชนทั่วไปในการติดโรคนี้ยังอยู่ในระดับต่ำ ส่วนในไทยเองตอนนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ก็มีการติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมด้วยห้องปฏิบัติการระดับความปลอดภัย BSL-3 เพื่อรองรับการตรวจเชื้อไวรัสฮันตาได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัย เพื่อช่วยเฝ้าระวังโรคในประเทศอย่างเต็มที่

แผลเก่าจากช่วงโควิด ทำให้ข่าวโรคใหม่ถึงกระตุกความกลัวทั้งโลกอีกครั้ง

หลังโควิดเป็นต้นมา ทุกครั้งที่มีข่าวโรคใหม่ๆ ก็มักไปกระตุ้นความรู้สึกของผู้คน โรคนี้ก็เช่นกัน โดยตีความกว้างขึ้นบนโลกออนไลน์ หลายคนนำไปเทียบกับช่วงเริ่มต้นของโควิด พร้อมสันนิษฐานว่า อาจเป็นสัญญาณของโรคระบาดใหญ่รอบใหม่ ซึ่งทฤษฎีสมคบคิดเหล่านี้ ก็ถูกเผยแพร่สู่สาธารณะอย่างรวดเร็ว จนทำให้หลายคนเริ่มเกิดความกังวลและตื่นตระหนก ซึ่งปรากฏการณ์นี้มักถูกเรียกว่า “Cyber Panic”

บทความที่เล่าถึงจิตวิทยาของอัลกอริทึมสื่อสังคมออนไลน์จาก Intellitron Genesis ชี้ว่า คอนเทนต์ที่กระตุ้นอารมณ์คนได้ เช่น โกรธ ดีใจ หรือโดยเฉพาะ “ความกลัว” มักถูกแชร์และกระจายไวกว่าเนื้อหาทั่วไปที่เป็นกลาง ทำให้อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มมักดันโพสต์แนวนี้ เพราะมันทำให้คนอยู่ในแอปฯ นานขึ้น ที่อาจไม่ได้สนใจว่าข้อมูลนั้นถูกต้องแค่ไหนเป็นหลัก

ซึ่งการไม่หลงไปกับทฤษฎีสมคบคิดไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะบางคนก็อาจมีอคติในการตีความข้อมูลอยู่แล้ว การเสพข่าวในสถานการณ์แบบนี้จึงต้องใช้ความรอบคอบมากขึ้น หาข้อมูลจากหลายแหล่งและเป็นแหล่งที่เชื่อถือได้ ก่อนตัดสินใจว่าอะไรน่าเชื่อถือที่สุด


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมื่อ_สิทธิ์ในการเข้าถึง_อาจกลายเป็นช่องโหว่ของระบบ_บทเรียนเรื่อง_Insider_Threat_ที่หลายองค์กรต้องเผชิญ

เมื่อ "สิทธิ์ในการเข้าถึง" อาจกลายเป็นช่องโหว่ของระบบ บทเรียนเรื่อง Insider Threat ที่หลายองค์กรต้องเผชิญ

จากกรณีการตรวจพบทุจริตในการสอบที่กำลังเป็นประเด็นในสังคม

clock8 ชั่วโมงที่แล้ว
สวทช_ปั้น_New_Growth_Engine_ดัน_SMEs_ยกระดับเศรษฐกิจไทยสู่ยุคนวัตกรรม

สวทช. ปั้น New Growth Engine ดัน SMEs ยกระดับเศรษฐกิจไทยสู่ยุคนวัตกรรม

clock8 ชั่วโมงที่แล้ว
รัฐบาลจับมือ_Meta_ติวเข้มเกษตรกร_SMEs_ไทย_ใช้_AI_ช่วยขาย_โดยไม่ง้อพ่อค้าคนกลาง_ฟรี_2_000_ราย

รัฐบาลจับมือ Meta ติวเข้มเกษตรกร - SMEs ไทย ใช้ AI ช่วยขาย โดยไม่ง้อพ่อค้าคนกลาง ฟรี 2,000 ราย!

clock14 ชั่วโมงที่แล้ว