รถไร้คนขับดับกลางเมือง สะท้อนช่องโหว่เทคโนโลยี
facebook Iconx Iconline Icon

สังคม

รถไร้คนขับดับกลางเมือง สะท้อนช่องโหว่เทคโนโลยี

Clock Icon

24 ธันวาคม 2568

ไฟดับทั้งเมือง รถแท็กซี่ไร้คนขับอย่าง Waymo หยุดทำงานทันที

เหตุการณ์นี้มาจากข่าวไฟฟ้าดับทั้งเมืองใน ซานฟรานซิสโก เลยทำให้รถแท็กซี่ไร้คนขับของ Waymo เป็นอัมพาตยกเซ็ท เพราะระบบทำงานต่อไม่ได้จากสัญญาณไฟจราจรที่ดับลง ซึ่งรถถูกออกแบบมาให้ตอบสนองต่อสัญญาณไฟและป้ายจราจรในระหว่างขับขี่

โดยสาเหตุที่ไฟฟ้าดับเกิดจากเพลิงไหม้สถานีจ่ายไฟย่อยของบริษัท Pacific Gas & Electric (PG&E) บริเวณถนน 8th Street และ Mission Street ในเช้าวันเสาร์ที่ 20 ธ.ค. 68 จนผลกระทบต่อผู้ใช้งานกว่า 130,000 ราย หรือเกือบ 30% ของทั้งเมือง ครอบคลุมหลายพื้นที่สำคัญ อย่าง Richmond, Golden Gate Park และย่านใจกลางเมือง

แต่ประเด็นที่น่าสนใจมันอยู่ที่ สถานการณ์นี้กำลังสะท้อนเรื่อง ‘ช่องโหว่ของการพัฒนาเทคโนโลยี’ เพราะตอนเกิดเหตุ รถ Waymo จอดดับอยู่กลางแยกถนนที่มีการจราจรหนาแน่นแถมยังพบรายงานว่ามีผู้โดยสาร 1 ราย ติดอยู่ในรถจนได้รับความช่วยเหลือถึงจะออกมาได้ภายหลัง แม้บริษัทต้นสังกัด จะสั่งระงับให้บริการรับส่งผู้โดยสารทั้งหมดในซานฟรานซิสโกชั่วคราวทันที เพื่อความปลอดภัย และการทำงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัยก็ตาม

เรื่องนี้อาจเป็นประเด็นเร่งด่วนที่บริษัทต้องทบทวนการพัฒนาเพื่อใช้งานเพิ่มเติมไหม เพราะมันก็ชัดแล้วว่าเมื่อมันมีปัจจัยที่ทำให้รถขัดข้องแบบที่ไม่อาจควบคุมได้ก็มีอยู่ และยิ่งเป็นบริการที่ใช้กับคนยิ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยให้มากขึ้น ซึ่งไม่มีวันรู้เลยว่าผู้โดยสารที่ใช้บริการจะมีโรคประจำตัว และเสี่ยงอันตรายแค่ไหนหากตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้

เพราะนี่คือ ความผิดพลาดของระบบที่ไม่ได้ถูกคิดเผื่อมา แม้มันจะฉลาดด้วยความสามารถในการตรวจจับป้ายหยุดชั่วคราวและสีของสัญญาณไฟได้ดี แต่พอโครงสร้างพื้นฐานอย่างไฟฟ้าล้มเหลว และส่งผลกระทบต่อที่ไฟจราจร แค่นี้ระบบ AI ก็ตัดสินใจเดินรถต่อไม่ได้อีกแล้ว ซึ่งชี้กลับไปที่ว่าการตัดสินใจของ AI ก็ยังคงทำได้ไม่เหมือนคน จนอาจกลายเป็นช่องโหว่สำคัญของการพัฒนา AI ไปโดยปริยาย

และที่จริงเมื่อปลายปี 2023 บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (GM) ก็ได้ยุติโครงการพัฒนา รถแท็กซี่ไร้คนขับ ภายใต้แบรนด์ Cruise ถาวร ไป จากเหตุการณ์อุบัติเหตุร้ายแรงที่รถยนต์อัจฉริยะลากคนที่เดินอยู่ไปตามถนน นำไปสู่การเพิกถอนใบอนุญาตการเดินรถ ส่งผลให้มีการเรียกคืนรถเกือบหนึ่งพันคัน และกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ถูกหน่วยงานรัฐบาลตรวจสอบอย่างเข้มงวด จนสุดท้ายบริษัทก็ตัดสินใจยกเลิกให้บริการในรูปแบบนี้ในช่วงปลายปี 2024 เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้จะช่วยให้หลายบริษัทเทคโนโลยีในแวดวงอุตสาหกรรมรถยนต์ ที่กำลังพัฒนาบริการหรือโปรดักส์ใหม่ ๆ ได้เห็นถึงปัญหาที่เกิดจากปัจจัยภายนอกมากขึ้น ที่สามารถหัวใจสำคัญของการพัฒนาให้ครบทั้ง 3 ด้านไปพร้อมกัน คือ ด้านเทคโนโลยี ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ระบบต้องใช้ และด้านแผนรับมือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของผู้รับบริการ และป้องกันความเสี่ยงต่อชีวิตได้มากขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จีนเร่งวางกติกาคุม_AI_หลัง_AI_เริ่มคิดและลงมือทำเองเก่งขึ้น_จนเสี่ยงหลุดควบคุม
ต่างประเทศสังคม

จีนเร่งวางกติกาคุม AI หลัง AI เริ่มคิดและลงมือทำเองเก่งขึ้น จนเสี่ยงหลุดควบคุม?

วันนี้ AI กำลังก้าวพ้นบทบาทของแชทบอทที่คอยตอบคำถาม ไปสู่ยุคของ AI Agent หรือระบบ AI ที่สามารถคิด วางแผน และลงมือทำงานหลายขั้นตอนแทนมนุษย์ได้ด้วยตัวเองมากขึ้น

clock16 ชั่วโมงที่แล้ว
รัฐย้ำ_ไรเดอร์ที่วิ่งงานผ่านแอปฯ_ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะภายในวันที่_30_ก_ย_นี้_ฝ่าฝืนเสี่ยงโดนระงับบัญชี

รัฐย้ำ! ไรเดอร์ที่วิ่งงานผ่านแอปฯ ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ฝ่าฝืนเสี่ยงโดนระงับบัญชี

clock23 ชั่วโมงที่แล้ว
Muse_ใช้_AI_โทรแล้วคนไม่อยากคุยด้วย_Meta_เลยทดลองให้คนจริงโทรแทน_แต่ดันจุดประเด็นความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ซะงั้น
ต่างประเทศสังคม

Muse ใช้ AI โทรแล้วคนไม่อยากคุยด้วย Meta เลยทดลองให้คนจริงโทรแทน แต่ดันจุดประเด็นความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ซะงั้น

clock1 วันที่แล้ว