
ในยุคที่ผู้คนหันไปเสพข่าวผ่านออนไลน์และโซเชียลมีเดียมากขึ้น “โทรทัศน์” ที่เคยเป็นสื่อหลักที่แทบทุกบ้านต้องนั่งดูข่าวสารหรือความบันเทิง กลับกลายเป็นสิ่งที่หลายคนเปิดเอาไว้เป็นเพื่อนแก้เหงา ขณะที่ความสนใจไปอยู่ที่มือถือแทน
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ร่วมกับ Media Alert เผยว่าอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลไทย กำลังเสี่ยงเกิดภาวะ “Slow Collapse” หรือการล่มสลายอย่างช้าๆ ซึ่งวิกฤตนี้ไม่ได้เกิดแบบฉับพลันหรือปิดสถานีทีวีพร้อมกัน แต่เป็นการค่อยๆ เสื่อมลงอย่างเงียบๆ จากหลายปัจจัย
เห็นได้จากผลสำรวจผังรายการทีวีดิจิทัล 21 ช่อง พบว่าไม่มีรายการสำหรับเด็กเล็กแล้ว ขณะที่รายการท้องถิ่นก็เหลือเพียง 1.2% เท่านั้น คำถามที่ตามมาคือ อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้สื่อโทรทัศน์ถูกลดบทบาทลง
⚫️ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนจาก Prime Time สู่ My Time
แม้คนไทยจะยังใช้เวลากับหน้าจอวันละ 4–5 ชั่วโมง แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ จากที่เคยดูทีวีเป็นหลัก คนส่วนใหญ่ย้ายไปดูคอนเทนต์ และเสพข่าวผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและโซเชียลมีเดียมากขึ้น ทำให้ช่วงเวลา Prime Time ที่เคยเป็นช่วงทำรายได้หลักของทีวีค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วย “My Time” ที่ผู้ชมเลือกดูเมื่อไหร่ก็ได้
ที่น่าสนใจคือ แม้คนจะดูออนไลน์มากขึ้น แต่ยังคาดหวังให้ทีวีเป็นพื้นที่เล่าเรื่องสังคม วัฒนธรรม และความหลากหลาย ซึ่งในความเป็นจริง สื่อโทรทัศน์ก็ทำแบบนั้นได้เต็มที่ เพราะข้อจำกัดเรื่องงบประมาณและต้นทุนที่ลดลง
เพราะเมื่อพฤติกรรมผู้ชมเปลี่ยนไป เงินโฆษณาที่เคยเป็นรายได้หลักของทีวีก็ไหลออกไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์และอินฟลูเอนเซอร์ ทำให้รายได้โฆษณาลดลง
สถานีโทรทัศน์บางรายก็ต้องลดต้นทุน ลดการผลิตเนื้อหา หรือเน้นผลิตรายการที่ตอบโจทย์เชิงพาณิชย์มากขึ้น ความหลากหลายของเนื้อหาจึงลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผู้ชมย้ายไปดูแพลตฟอร์มอื่นมากขึ้น แต่พอผู้ชมลดลง รายได้โฆษณาก็ยิ่งหายไปอีก จึงกลายเป็นวงจรที่ยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงเรื่อยๆ
⚫️ ทีวีไทย กำลังจะถึงยุคที่ล่มสลายแล้วหรือเปล่า?
นักสื่อสารมวลชนอาวุโส ได้ออกมาเตือนว่า หากไม่มีการปรับตัวหรือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง อาจทำให้สื่อโทรทัศน์ที่เคยมีบทบาทสำคัญต่อสังคม กลายเป็นเพียงสื่อที่แทบไม่มีพลังเหมือนเดิม ภายในปี 2572 ซึ่งเป็นปีที่ใบอนุญาตทีวีดิจิทัลจะหมดอายุลง โดยประเมินว่าโอกาสที่จะเกิดขึ้นสูงถึง 75%
⚫️ แล้วคนดูอย่างเรา กระทบอะไรด้วย?
ถ้าฟรีทีวีไทยหายไปจริง เราก็จะเสีย “พื้นที่กลาง” ที่ทุกคนเคยใช้รับข้อมูลข่าวสารร่วมกันแบบเข้าถึงได้เท่ากัน และกลุ่มได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ “กลุ่มรายได้น้อยและคนเปราะบาง” ที่อาจทำให้เข้าถึงข่าวสารและข้อมูลสำคัญได้น้อยลง
ในยุคสมาร์ตทีวี สิ่งที่เราเห็นบนหน้าจอถูกจัดลำดับโดยแพลตฟอร์มต่างชาติ ที่มีอัลกอริทึมคอยเลือกและดันคอนเทนต์ขึ้นมาแสดงก่อน ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ทั้งหมด การเข้าถึงข่าว ข้อมูล วัฒนธรรม และเนื้อหาต่างๆ อาจถูกกำหนดจากต่างชาติแทน
แต่ในความท้าทายนี้ ก็ยังมีทางออกที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปโครงสร้างสื่อ การสนับสนุนการผลิตคอนเทนต์ไทยให้มีความเป็นเจ้าของทางปัญญา (IP) หรือการปรับรูปแบบการทำงานของทีวีให้สอดคล้องกับโลกดิจิทัลมากขึ้น เพื่อให้พื้นที่กลางอย่างสื่อทีวีไทยสามารถแข่งขันและอยู่ร่วมกับแพลตฟอร์มใหม่ได้อย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ช่องว่างทักษะ AI คอขวดที่อาจชะลออนาคตดิจิทัลไทย?
ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น Digital Hub ของภูมิภาค โดยมีการลงทุนด้าน Data Center และ Cloud Infrastructure จากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก รวมมูลค่ากว่า 96,000 ล้านบาท

